หยุดพักผ่อนคลายเครียดยังไงให้ประหยัดสำหรับที่เที่ยวญี่ปุ่น  

ท่องเที่ยวพักผ่อนที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างไรให้ประหยัดและคุ้มมากที่สุด 

ซึ่งประเทศญี่ปุ่นนั้นปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นประเทศท่องเที่ยวติดอันดับต้นๆของเมือง ไทยและในแถบทวีปเอเชียและยังอยู่ในระหว่างฮ่องกง และ เกาหลี ญี่ปุ่นเป็นต้น  คนไทยส่วนใหญ่นั้นจะชอบไปเที่ยวที่ไหนมากกว่ากัน และในวันนี้เราจะมาพิสูจน์กันว่าที่เที่ยวในประเทศญี่ปุ่นเที่ยวอย่างไรถึงจะคุ้มค่าและประหยัดมากที่สุด 

ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นนั้นต่างก็มีที่ให้ท่องเที่ยวมากมาย หรือไม่ว่าจะเป็น ภูเขาไฟฟูจิ, ฮอกไกโด, โตเกียวเมืองหลวง หรืออาจจะเป็น ซัปโปโร ในเขตศิททางตอนเหนือ หรือ โอกินาวะเรียก ซึ่งบอกได้เลยว่าที่เที่ยวมากมาย และยังมีทั้งของกินที่ถูกอกถูกใจและถูกปากคนไทยมากมาย เช่น กันไม่ว่าจะเป็น  ราเมง โซบะ ปลาดิบ ซูชิ หรือเนื้อวากิว

ซึ่งของแต่ละอย่างนั้นล้วนก็แล้วแต่เป็นอาหารยอดนิยมของคนไทยเลยก็ว่าได้ และทั้งหมดนี้ก็เรียกได้ว่าการไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นนั้น อาจจะทำให้คุณหลงไหลเสน่ห์ในประเทศญี่ปุ่นได้โดยไม่รู้ตัวกันเลยทีเดียว

มาถึงทริปหรือ เทคนิคเล็กๆที่สามารถทำให้การท่องเที่ยวญี่ปุ่นประหยัดและคุ้มมีอะไรบ้างเราไปดูกันเลยดีกว่า

  1. การเดินทางในประเทศญี่ปุ่นนั้นต้องใช้บัตร JR PASS ประหยัดสุดๆJR PASSนั้น ซึ่งเป็นบัตรรถโดยสารและการเดินทางของตั๋วรถไฟที่บอกได้เลยว่าคุ้มค่าสุดๆและเป็นที่รู้กันดีว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นเขาใช้การเดินทางด้วยรถไฟเป็นหลักไม่ว่าจะเป็นทั้งรถด่วนและไม่ด่วน บัตร JR PASS นี้ จะช่วยให้คุณนั้นประหยัดสำหรับค่าตั๋วต่อเที่ยวไปอย่างมาก และอาจจะใช้ได้กับรถมินิบัสหรือเรือได้อีกด้วย  
  2. คุณลองพักที่พักแบบ HOSTEL ดูที่พัก HOSTEL หลายๆที่ก็จะสะอาดเรียบร้อยน่านอนและน่าพักอาศัยมากอีกทั้งราคาก็ไม่แพงมากและสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากหรือบางที่ก็อาจมีพื้นที่ส่วนกลางเพื่อทำให้คุณนั้นได้มีโอกาสทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วย
  3. สำหรับบางที่บางท้องถิ่นก็อาจจะ ใช้ตั๋วเซชุน 18 คิปปุ หรือนั่งได้ไม่จำกัดต่อเที่ยวตั๋วเซชุน 18 คิปปุ นั้นก็ต่างกับ JR PASS เพราะส่วนใหญ่จะเป็นรถไฟท้องถิ่นทำให้การซื้อตั๋วใบนี้ จะสามารถนั่งรถไฟกี่รอบก็ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งและมันก็จะประหยัดได้มาก แต่ก็ไม่สามารถที่จะนั่งรถไฟสายด่วนได้ อย่างชินคังเซน ได้เท่านั้นเอง  
  4. และอีกประสบการใหม่ๆก็คือโรงแรมแคปซูล อีกทั้งก็ยังประหยัดไปกว่า โฮสเทล ถึงแม้ว่าโรงแรมแคปซูล จะมีขนาดเล็กแต่ก็ยังสามารถนอนพักอาศัยได้ดีซึ่งเหมาะกับคนที่ไม่มีสิ่งของเยอะมากเท่าไหร่แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกตามพื้นฐานต่างๆครบถ้วน 

 

สนับสนุนโดย รู้ทันบาคาร่า

สำหรับด้านกีฬาที่ท้าทายของความเร็ว

ซึ่งกีฬาที่อาจจะใช้ความเร็วแล้วละก็ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาความเร็วบนท้องถนน หรือจัดการแข่งขันรถยนต์ และรถมอเตอร์ไซค์ทางตรง หรืออาจจะเป็นวิบากล้วน นอกจากจะได้ประลองความเร็วแล้ว ยังต้องอาศัยความชอบส่วนตัว และ ได้รับการฝึกฝนมาดีก่อนที่เราลงแข่ง ซึ่งถ้าเกิดอุบัติเหตุในการแข่งขัน อาจจะได้รับบาดเจ็บหรือแขนขาหัก

ความเป็นมาและประวัติที่น่าสนใจของการแข่งขันมอเตอร์ไซค์

นอกจากการแข่งมอเตอร์ไซค์แล้ว ยังมีอีกหลายคนซึ่งเคยคุ้นหูมาบ้างแล้ว ในนามชื่อแข่งขันอย่าง MOTORSPORT และยังเป็นการแข่งที่มีความเร็วแบบยานยนต์  ซึ่งเราดูในของประเภทมอเตอร์ไซค์ดีกว่า และสำหรับการแข่งขันด้าน MOTORSPORT ของรูปแบบมอเตอร์ไซค์ ซึ่งจะแบ่งเป็นสองประเภท ทั้งทางเรียบ ทางฝุ่น

ในส่วนของทางเรียบจะแบ่งเป็น 3 ประเภทด้วยกัน

1.สำหรับการแข่งขันซึ่งจะเน้นในเรื่องของความเร็วเป็นหลัก รวมไปถึงรถที่นำมาแข่งมันจะต้องเป็นรถที่ผลิตออกมาเพื่อใช้ในสนามแข่งอย่างเดียว

2.สำหรับการแข่งขันที่จะใช้ความเร็ว อย่างการใช้รถ Super sport ทั่วไปนำมาเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยเพื่อลงแข่ง หรือไม่อาจจะเป็นการวัดรอบความเร็วด้วยเวลาที่ดีที่สุดใน 2 รอบสนาม นอกจากนั้นรถที่นำมาแต่งเพื่อให้พร้อมลงแข่งของเครื่องยนต์ที่มีกำลังอัดถึง 4 ลูกสูบด้วยกัน เริ่มที่ 750 ถึง1200 CC ซึ่งเป็นอะไรที่หน้าท้าทายกับความเร็วมาก

3.สำหรับการแข่งที่ 3  ต้องบอกเลยว่าเป็นการแข่งมอเตอร์ไซค์ที่โหดมากๆ ซึ่งเป็นการแข่งขันที่โหดและยังต้องใช้ความอดทนและความแข็งแรงที่สำคัญของนักแข่ง และยังรวมไปถึงการดูแล รถให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ซึ่งจากการแข่งของรถประเภทนี้แล้วยังต้องใช้เวลาขับขี่ที่ยาวนานถึง 4 ชม. และ 8 ชม.  ต้องบอกเลยว่าเป็นการแข่งที่โหดไม่ใช่น้อย

ซึ่งจะมีกติกาที่ห้ามเปลี่ยนรถสำหรับใช้ในการลงแข่งใดๆ แต่ก็ยังเปลี่ยนสลับคนขับได้ถึง 3 คน เพื่อให้สลับผัดเปลี่ยนกันของการลงแข่ง แล้วยังดูแลรถที่ใช้ในการขับแข่งด้วยการเติมน้ำมัน และ เติมลมยางด้วยตัวคนขับเอง และนี้ก็ถือว่าเป็นการแข่งขันในรูปแบบของทางเรียบ ซึ่งอาจจะดูโหดเท่าที่เคยมีมาของการแข่งขัน ถือว่าเป็นความท้าทายในการขับขี่อย่างรถมอเตอร์ไซค์

เนื่องจากนี้สำหรับการแข่งขันในด้าน รถมอเตอร์ไซค์วิบากนั้น ก็อาจจะมีหลายรูปแบบด้วยกัน ซึ่งแต่ละรูปทรงก็อาจเป็นที่ชื่นชอบแตกต่างกันไป ซึ่งมันก็แล้วแต่ว่าใครชอบแบบไหน หรือจะเป็นความเร็วแรงแบบธรรมดาที่ขับทางเรียบ หรือ อาจจะชอบความเร็วแรงอย่างวิบาก  ก็แล้วแต่ความท้าทาย และฝีมือของตัวเอง หรืออาจจะลองฝึกฝนก่อนเพื่อให้ตัวเรานั้นได้มีความมั่นใจและกล้าออกไปท้าทายความเร็วแรงและความมันให้กับตัวท่านเองได้เลย 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย ทดลองเล่นบาคาร่าฟรี

ประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลาม

     ประเพณีต่างๆในประเทศไทยเรานั้นส่วนใหญ่แล้วล้วนจะเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา

อาจจะเป็นเพราะคนไทยส่วนใหญ่นั้นนับถือศาสนาพุทธกันมานานตั้งแต่บรรพบุรุษ อีกทั้งยังเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับเรื่องของศาสนา เพราะความเชื่อต่างๆ รวมไปถึงวิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่ได้ทำสืบทอดกันมาอย่างยาวนานนั้นก็ล้วนจะเกี่ยวข้องกับศาสนาทั้งนั้นด้วย สำหรับ“ประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลาม”นั้นก็เป็นหนึ่งในประเพณีที่มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาเช่นกัน

       “ประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลาม” จัดได้ว่าเป็นประเพณีที่ทำสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษของชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา

โดยมีต้นกำเนิดมาจากชาวลาวเวียงที่ได้ทำการอพยพมาจากเมืองเวียงจันทน์แล้วเข้ามาปักหลักอาศัยอยู่ในอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ 3 นั่นเอง เมื่อถึงช่วงฤดูของการเก็บเกี่ยวข้าวชาวบ้านก็จะพร้อมใจกันออกไปทำบุญโดยการนำเอาข้าวใหม่ที่มีกลิ่นหอม ด้วยการนำเอาข้าวใหม่นี้ไปทำเป็นข้าวหลามทำการเผาให้หอมสุกในกระบอกไม้ไผ่ 

โดยที่ในสมัยนั้นชาวบ้านจะนำข้าวหลามนี้ไปถวายแด่พระสงฆ์สามเณรที่วัดหนองบัวและวัดหนองแหน “ประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลาม” นั้นเกิดขึ้นจากความความศรัทธาที่มีต่อพุทธศาสนาของชาวลาวเวียง จัดขึ้นที่วัดสุวรรณคีรีบนเขาดงยาง โดยที่ บนยอดเขานั้นมีรอยพระพุทธบาทประทับอยู่ ชาวบ้านต่างได้พร้อมใจกันที่จะเดินเท้าเพื่อขึ้นไปทำการสักการะและปิดทอง ซึ่งต้องเดินเท้าผ่านป่าเป็นระยะทางประมาณ 5-6 กิโลเมตร โดยชาวบ้านนั้นจะเผาข้าวหลามกันวันขึ้น 14 ค่ำเดือน 3 เพื่อที่จะได้นำเอาไปถวายพระ อีกทั้งเพื่อเป็นเสบียงสำหรับการเดินเท้าขึ้นไปทำบุญบนยอดเขาในเช้าวันรุ่งขึ้น

ซึ่งจะตรงกับวันมาฆบูชาพอดีนั่นก็คือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 ในทุกปีนั่นเอง สิ่งที่โดดเด่นของประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลามนั้นก็คือ มีการเผาข้าวหลามที่จัดขึ้นโดยการให้ชุมชนต่างๆได้เข้าร่วมด้วยการนำเอาข้าวหลามของแต่ละชุมชนมาเผารวมในเตาเดียวกัน วางเรียงเป็นแนวยาว โดยถูกจัดให้เป็นเตาเผาข้าวหลามที่มีความยาวที่สุดในโลกนั่นเอง

 

อีกสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในประเพณีปัจจุบันของประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลามก็คือนอกจากการเผาข้าวหลามแล้ว ยังจัดให้มีกิจกรรมพิเศษอื่นๆภายในงาน ด้วยการเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์เครื่องใช้พื้นบ้าน และมีกลุ่มนักเรียนมาบรรเลงดนตรีไทย รวมไปถึงจัดให้มีการออกร้านของชุมชน

        อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่า “ประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลาม” นั้นเป็นประเพณีที่น่าสนใจมากๆ และเป็นประเพณีหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาที่คนไทยให้การนับถือกันเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ว่าจะเป็นประเพณีไหนๆก็ตามหากประเพณีนั้นได้ทำให้ผู้คนในชุมชน หรือคนต่างถิ่นได้เดินทางมารวมกันเพื่อสร้างบุญกุศลหรือมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

จนเกิดเป็นแหล่งรวมน้ำใจไมตรีจิตที่ดีต่อกันก็แสดงให้เห็นว่าเราทุกคนนั้นสามัคคีปรองดอง และรักใคร่กันดี ประเพณีเช่นนี้ควรค่าแก่การสืบทอดเอาไว้เผื่อให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก และเกิดเป็นความภูมิใจในประเพณีท้องถิ่น

 

สนับสนุนเรื่องราวดีๆจาก บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท