ตำนานความรักของ ซาลิม และอนารกะลี 

สำหรับเรื่องเล่าตำนานความรักของซาริมและอนารกะลี   เป็นตำนานความรักของประเทศปากีสถานซึ่งในตำนานความรักนี้มีการพูดถึงลูกชายของจักรพรรดิองค์หนึ่งในสมัยของจักรพรรดิโมกุลอักบาร์ซึ่งบุตรชายผู้นั้นชื่อว่าซาริม  ตำนานเล่าขานพูดถึงซาริมซึ่งเป็นถึงลูกของจักรพรรดิในขณะนั้นว่าเขาเป็นชายหนุ่มรูปงามแต่เป็นชายหนุ่มที่มีนิสัยไม่น่ารักเรียกได้ว่าเป็นคนนิสัยหยาบกร้านกระด้างและนิสัยเสียทำให้องค์จักรพรรดินั้น

ต้องการที่จะอบรมสั่งสอนลูกชายจึงได้มีการส่งลูกชายของท่านก็คือซารินไปทำการฝึกเป็นทหารอยู่ในกองทัพเพื่อต้องการที่จะให้มีการฝึกให้มีกฎระเบียบวินัยและมีความแข็งแกร่งแต่หลังจาก ซาริม การเรียนรู้กฎเกณฑ์ของทหารและสามารถเรียนจบจากกองทัพทหารเรียบร้อยแล้วก็กลับมาอยู่ที่พระราชวังเหมือนเดิมซึ่งพระจักรพรรดินั้นดีใจเป็นอย่างมากที่ลูกชายของตนเองนั้น

กลับมาจึงได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองใหญ่โตเกิดขึ้นเพื่อต้อนรับการกลับมาของลูกชายสุดที่รักโดยในงานเลี้ยงนั้นได้มีการแสดงของเหล่านางระบำทั้งหลายมาด้วยและหนึ่งในนางระบำที่ออกมาเต้นในงานเฉลิมฉลองนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ชื่อว่าอนารกะลี เธอเป็นเพียงชาติผู้ต่ำต้อยเท่านั้นแต่ด้วยความสวยงามของเธอและความอ่อนช้อยอ่อนหวานทำให้ ซารืมเห็นแล้วเกิดตกหลุมรักเธอในทันทีซึ่งเขาต้องการที่จะแต่งงานกับอนารกะลี เพราะเขารักเธออย่างจริงใจนั่นเองแต่เนื่องจากว่าอนารกะลี เป็นหญิงสาวที่มีความต่ำต้อย

เนื่องจากเป็นเพียงแค่ผ้าเท่านั้นไม่ใช่ราชนิกูลมาจากที่ไหนทำให้พ่อแม่ของซาริมซึ่งเป็นจักรพรรดิในสมัยนั้นพยายามขัดขวางความรักของคนทั้งคู่และไม่ยอมให้คนทั้งคู่นั้นแต่งงานกันและในขณะนั้นเองได้มีศึกสงครามเข้ามาองค์จักรพรรดิจึงได้ส่งลูกชายก็คือ ซาริม ไปทำการออกรบแต่ปรากฏว่า ซาริมมัวแต่คิดถึงหญิงคนรักจึงไม่มีกะจิตกะใจที่จะทำการลบทำให้แพ้ศึกสงครามกลับมายิ่งทำให้พระจักรพรรดิโมโหเป็นอย่างมาก

ประกาศที่จะมีการลงโทษอนารกะลี ด้วยการตัดคอแต่ซาริม ได้ขอร้องเอาไว้โดยขอรับโทษเองซึ่งองค์จักรพรรดิให้บุตรชายนั้นเลือกว่าจะถูกลงโทษด้วยการประหารชีวิตหรือจะยอมเลิกคบหากับอนารกะลี เสีย ซึ่ง ซาริม เลือกที่จะถูกประหารชีวิตทำให้คนเป็นพ่อนั้นยิ่งโกรธมากจึงได้สั่งประหารชีวิตซาริมรักเมื่อ อนารกะลี ดูข่าวว่า ซาริมถูกประหารชีวิตเธอจึงเดินทางมาหาองค์จักรพรรดิและขอร้องให้ประหารชีวิตเธอเพื่อที่เธอจะได้ไปอยู่คู่กับชายคนรักของเธอหลังจากที่ทั้งคู่นั้นถูกประหารชีวิตแล้วก็มีการนำร่างของคนทั้งคู่ไปฝังเอาไว้ตรงบริเวณที่เป็นกำแพงเมือง

แต่บางตำนานก็บอกว่า ซาริม งั้นถูกประหารชีวิตคนเดียวส่วนอนารกะลี ไม่ได้ตายแต่เมื่อเธอรู้ข่าวว่าชายคนแรกของเธอถูกประหารชีวิตเธอก็มาตรงบริเวณกำแพงที่ฝังศพของชายคนรักและร้องไห้อยู่ตรงนั้นจนสิ้นใจตาย

 

 

สนับสนุนเรื่องรวโดย  คาสิโนออนไลน์

ตำนานอาถรรพ์อิฐเก่าที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

           หลายคนคงเคยได้ยินข่าวกันมาบ้างแล้วเกี่ยวกับเรื่องของอาถรรพ์สิ่งเร้นลับต่างๆที่มีอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยตั้งแต่สมัยโบราณอาการมาจนถึงปัจจุบันเรามักจะได้ยินตำนานเล่าขานกันว่าทรัพย์สินโบราณที่อยู่ในเมืองเก่าของกรุงศรีอยุธยานั้นจะมีเจ้าหน้าที่หรือที่เราเรียกกันว่าปู่โสมคอยดูแลพิทักษ์ทรัพย์สินเอาไว้เพื่อให้คนรุ่นหลานได้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองในสมัยอดีตกาลซึ่งถึงแม้ว่าวันเวลาจะผ่านไปผ่านมานานหลายพันปีแล้วก็ตามแต่สร้างความเจริญรุ่งเรืองนั้น

ก็ยังคงมีอยู่ให้เราเห็นบ้างซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาส่วนใหญ่ที่เป็นวัดอารามนี้เองที่เป็นซากอารยธรรมที่ทำให้ชนรุ่นหลังได้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแต่อย่างไรก็ตามมีการพูดถึงเรื่องของทรัพย์สมบัติในสมัยกรุงศรีอยุธยาก่อนที่จะถูกพม่าเข้ามาทำลายเผาวัดว่าชาวบ้านและเศรษฐีต่างๆหรือแม้แต่พวกขุนนางทั้งหลายต่างก็พากันนำทรัพย์สมบัติที่มีอยู่มาขุดดินฝังเอาไว้เพื่อป้องกันโจรพม่าที่มารุกรานแย่งชิงเอาทรัพย์สินไปซึ่งความเชื่อเหล่านี้มีมานานและก็เคยมีคนที่ต้องการที่จะนำทรัพย์สินนี้

มาเป็นของตนเองจึงมักจะได้ยินว่าคนมักจะมาขุดเอาทรัพย์สินในเมืองเก่าของกรุงศรีอยุธยาออกไปแต่หลายครั้งที่เราจะได้ข่าวว่าผู้ที่ต้องการที่จะมาเอาทรัพย์สินสมบัติของชาติในสมัยโบราณไปนั้นต่างก็ได้รับผลกระทบหรือได้รับการลงโทษจากสิ่งเร้นลับมากมายโดยอ้างถึงปู่โสมเฝ้าทรัพย์ที่จะคอยมาจัดการคนที่ต้องจะมาเอาทรัพย์สมบัติของชาติเป็นของตนเองอย่างไร

ก็ดีอาถรรพ์เกี่ยวกับเรื่องของอิฐเก่าที่พระนครศรีอยุธยานั้นมีเรื่องเล่ากันและมีข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศเนื่องจากว่ามีนักท่องเที่ยวที่เป็นทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมักจะลองของด้วยการเก็บก้อนหินหรือก้อนอิฐที่เป็นก้อนหินก้อนอิฐโบราณจากวัดเพื่อเอาไปอวดเพื่อนๆโดยหวังคิดว่าจะนำไปให้เพื่อนเห็นว่าตัวเองนั้นมาเที่ยวที่วัดเก่าโบราณแห่งนี้แล้วได้นำก้อนหินกลับมาด้วยแต่อย่างไรก็ตามเรามักจะเห็นว่าหลังจากที่พวกนั้นหยิบก้อนหินไปเพียงไม่นานเท่านั้นก็จะต้องมีการส่งกลับมาคืนที่วัดเดิมโดยทุกคนจะอยู่ในอาการหวาดกลัวและไม่ต้องการพูดถึงว่าเหตุใดพวกเขาถึงเอาก้อนอิฐก้อนหินเหล่านั้น

กลับมาคืนซึ่งแม้บางคนนั้นจะหยิบจากเมืองไทยไปถึงต่างประเทศแต่ก็ยังมีการประสานงานกับสถานทูตให้ส่งกลับมาที่วัดที่เมืองไทยซึ่งเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ที่ดูแลโบราณสถานพวกกรมศิลปากรมักจะให้ข้อมูลว่ามักจะมีคนที่ส่งของทางไปรษณีย์มาเป็นประจำและเมื่อแกะออกก็จะเป็นก้อนอิฐก้อนหินซึ่งจะมีการเขียนเป็นเอกสารว่าให้ฝากเอาไปคืนที่วัดซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่า ผู้คนเหล่านั้นไปเจออะไรมาว่าน่าจะเจอปู่โสมเป็นห่วงทรัพย์สินของชาติกลับคืนมานั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า Gclub มือถือ

ประเพณีการทำบุญร้อยวัน

ซึ่งการทำบุญร้อยวันนั้นเป็นเรื่องที่เราต้องทำให้กับคนที่เสียชีวิตเพราะว่าเป็นการที่เราทำบุญไปให้กับคนที่เสียชีวิตจะได้เป็นสะเบียนบุญให้กับคนที่ตายนั้นได้ไปและก็จะมีคนเข้ามาถามบ่อยว่าการที่เราทำบุญนั้นต้องทำยังไง  ต้องใช้เงินมากน้อยแค่ไหน 

การทำบุญนั้นเราต้องทำที่บ้านหรือว่าที่วัด  และเรานั้นจะต้องนับวันยังไงว่าครบร้อยวันการที่เรานับได้แล้วจำเป็นไหมว่าเราต้องเอาให้ครบพอดีหรือว่าเกินได้ไหมขาดได้ไหม  เพราะว่ามีคนที่เข้ามาถามบ่อยจนวันนี้เราเอาคำตอบมาให้ว่าเราต้องทำอย่างไงไปลองอ่านกัน  

           การที่เราจะทำบุญนั้นขึ้นอยู่ว่าเราต้องการที่จะสะดวกแบบไหนเพราะว่าเมื่อก่อนนั้นการที่เราจะทำบุญเราจะมานิมนต์พระมาที่บ้านเพราะว่าคนตายนั้นเมื่อเขาตายไปแล้วนั้นเขาจะเสียชีวิตที่ไหนก็ตามเขาจะต้องมาบ้านของเขานั่นเอง  แต่ว่าเดี่ยวนี้นั้นสามารถที่จะเอาแบบว่าความสะดวกกันเพราะว่าบางคนนั้นก็ไม่สะดวกที่บ้านต้องเก็บข้าวของอีก  ดังนั้นก็ขึ้นอยู่ว่าเราจะต้องการทำที่ไหน  เอาที่เราสะดวก  

          เราจะนับยังไงว่าว่าครบร้อยวันของคนที่เสียชีวิตนั้นก็คือเรานั้นนับตั้งแต่วันที่เขานั้นเสียชีวิตเพราะว่าการที่เรานับตั้งแต่วันนั้นเป็นวันแรกจากนั้นเราก็นับไปให้ครบหนึ่งร้อยวัน  จากนั้นเราก็ดูว่าเป็นวันอะไร  การที่เราจะทำบุญนั้นเอาความพร้อมแต่ว่าเป็นความจำเป็นที่เราต้องทำ  การที่เราทำบุญร้อยวันเป็นเรื่องที่สำคัญให้แก่คนที่เสียชีวิต  ส่วนการทำนั้นเราสามารถที่จะเลยได้  แต่ว่าอย่าขาด  ควรที่จะนับวันให้ครบ  ในการที่เราจะทำบุญให้แคนที่เสียชีวินั้นเป็นเรื่องที่เราสามารถที่จะทำให้เขาได้สะสมสะเบียนบุญนั่นเอง  แต่หลังจากนั้นเขาก็ต้องไปรับกับสิ่งที่เขาต้องทำ  ดังนั้นเมื่อเราทำบุญให้แก้คนที่ตายนั้นเราก็ควรที่จะทำให้เต็มที่เพราะว่าเขาจะได้เก็บสะสมสะเบียนบุญนั่นเอง  

     ความตายนั้นต้องเกิดกับเราทุกคนเพราะว่าการที่คนที่ตายนั้นเขาก็ต้องกลับมาบ้านที่เขาอยู่ดังนั้นการที่เราจะเลือกการทำบุญนั้นเราสามารถที่จะทำได้ทั้งที่บ้านและที่วัดอันนี้ขึ้นอยู่กับเราว่าเรานั้นสะดวกแบบไหน  แต่ว่าการทำบุญให้แก่คนที่ตายนั้นเป็นเรื่องที่เราคิดว่าเป็นประเพณีที่เราต้องทำให้แก่คนที่เสียชีวิตไปแล้วนั่นเอง

การที่เราเกิดมานั้นเราไม่รู้ว่าเราจะเสียชีวิตตอนไหนดังนั้นเราควรที่จะทำบุญหรือว่าเก็บสะเบียนบุญเอาไว้เพื่อที่เป็นการสะสมบุญของเราเอาไว้

 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ตำนานผีหอพัก

 เคยมีชายหนุ่มคนหนึ่งได้ไปที่หอพัก กับแฟนของเขา ซึ่งราคาของหอพักแห่งนี้ก็ครึ่งๆกลางๆไม่ได้เยอะมากแล้วก็ไม่ได้น้อยมากค่ะ และนี่ยังเป็นที่ที่รวมนักศึกษาทุกคนในมหาวิทยาลัย แต่พอไม่อยู่ได้สักพักเขาก็รู้สึกแปลก  เพราะไม่มีนักศึกษาคนไหนที่เป็นเพื่อนของเขาเลย และตอนแรกที่เขาเข้ามาในห้องเขาก็รีบจัดข้าวของแฟนสาวของเขา แต่พอเขาจัดเตรียมของไปได้สักพักใหญ่เขาก็เจอเหรียญ 10 บาทอยู่ใต้เตียงเขาเยอะมากเรียงรายกันอยู่เต็ม และพอเขานับเหรียญทั้งหมดหมดเขาก็นับได้ 180 บาท

เขาตกใจมากที่มีเหรียญเยอะขนาดนี้อยู่ใต้เตียง และหลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจอะไรแฟนสาวของเขานำจึงเหรียญทั้งหมดใส่ลงไปในเครื่องซักผ้าทันที  หลายวันผ่านมาก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเขาก็เลยไม่ได้สนใจอะไร จนอยู่มาวันหนึ่งวันนั้นเขาได้ฝันประหลาดเพราะเขาฝันว่า เขานอนอยู่บนเตียงของเขาแล้วจากนั้นเขาก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนนั่งอยู่ตรงปลายเตียงของเขาเธอพูดภาษาที่เขาไม่ค่อยรู้จักสักเท่าไหร่เธอคนนั้นพูดว่า “จ๊ะ จ๊ะ จ๊ะ จ๊ะ”วนมาอย่างนั้น ไปเรื่อยๆหลังจากนั้นผู้หญิงคนนั้นก็หยุดแล้วผู้หญิงคนนั้นก็พุ่งเข้ามาและพยาบาลบีบคอผู้ชายคนนั้น

ชายหนุ่มคนนั้นกลัวมากจนทำให้เขาสะดุ้งตื่นเลยหลังจากนั้นเขาก็เลยหันไปดูนาฬิกาเขาตกใจมากเพราะตอนนี้ตีสองกว่าแล้ว แฟนสาวของเขาหันหน้าไปทางกระจกที่อยู่ใกล้ๆกับตู้เสื้อผ้ากระจกบานนั้นส่องได้ทั่วห้องรวมถึงห้องน้ำด้วย หลังจากนั้นเขาก็หันไปที่กระจกที่อยู่ตรงตู้เสื้อผ้าหลังจากนั้นเขา เผลอไปเห็นเงาในกระจกที่มีเงาดำๆเขาไม่รู้ว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายแต่เขารู้แค่ว่าเรานั้นมือหนึ่งของมันไปเกาะอยู่ที่ประตูห้องน้ำเขาได้แต่มองอยู่แบบนั้น เมื่อเขามองไปได้สักพักเขาก็รู้สึกว่าเงาดำๆนั้นทำท่าเหมือนกำลังลากร่างของตัวเอง  ผู้ชายคนนั้นกลัวสุดขีดเขารีบวิ่งไปเปิดไฟแต่เขาก็ไม่เจออะไรเลยแฟนของเขาสะดุ้งตื่น

และถามเขาว่า “มีอะไรหรอ”แต่เขาก็ไม่ได้ตอบอะไรและนอนต่อ หลังจากนั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผ่านไปเป็นเดือนเดือนก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นและคืนหนึ่งฝันเหมือนเดิมเขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาในเวลา 02:00 เหมือนเดิมเขามองไปที่กระจกแต่ไม่เห็นอะไรหลังจากนั้นเขามองไปที่ผ้าม่านตรงระเบียง ผ้าม่านของเขาพริ้วเหมือนมีใครอยู่ตรงนั้นเขารีบมองไปใกล้ๆแต่ก็ไม่เจออะไร

แต่พอเขาลองมองดีๆ ใบหน้าของคนหนึ่งอยู่ตรงระเบียงเขาจึงได้นำเรื่องนี้ไปเล่าให้กับเพื่อนๆของเขาฟังเพื่อนๆของเขาถึงกับอึ้งและเล่าเรื่องหนึ่งให้เขาฟัง เขาก็เคยไปอยู่ที่นั่นเขาเล่าให้ฟังว่าเขาก็เจอเหตุการณ์แบบเดียวกันเขาทนไม่ไหวจึงอยากย้ายออกแต่พอจะย้ายเขาได้ไปดูที่บ้านจะนอนเขาเจอกัน 20 แผ่นอยู่ใต้เตียง เขากลัวมากจึงรีบย้ายออกเขาจะไปถามเพื่อนที่รู้เรื่องผีเพื่อนเขาบอกว่าเคยมีผู้หญิงที่ท้องอยู่เธอ

ได้กินยาแท้งลูกของเธอ และตายอยู่ในห้องที่ชายหนุ่มคนนั้นได้ไปอยู่เกือบเป็นเดือน หลังจากนั้นไปพบศพของเธอเข้าจึงได้แจ้งความ หลังจากนั้นใครที่มาเข้าห้องแห่งนี้ก็โดนแบบเดียวกันทุกๆคืนถึงไม่มีใครได้ไปอยู่ห้องนั้นเลย

 

 

สนับสนุนโดย  เซ็กซี่บาคาร่า

ตำนานคิวปิด

ถ้าพูดถึงเรื่องความรักจะมีประโยคนึงที่มักจะได้ยินกันบ่อยคือกามเทพยิงลูกศรแห่งความรักใส่คู่รักซึ่งถ้าพูดถึงกามเทพจริงแล้วกำลังเทพคือเทพที่มีนามว่าอีรอสซึ่งทุกคนจะรู้จักองค์การประเทศในรูปร่างของเด็กที่จะมีคันธนูและลูกธนูเพื่อที่จะยิงศรใส่คู่รัก ความรักยิ่งลึกซึ้งอยู่ทำให้คนที่กำลังเกลียดกันกลับมารักกันอีกครั้งหรือทำให้คนมีชะตาที่จะได้รักกัน มีวันหนึ่งที่ประเทศที่ทำเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นเราได้พบชายหนุ่มคนหนึ่งและเห็นว่ามีผู้หญิงคนนึงที่หน้าตาเหมาะกับฝ่ายจึงได้แผลงศรใส่ฝ่ายชาย

เมื่อผู้หญิงคนนั้นเดินมาถึงเธอเห็นผู้ชายคนนั้นได้เห็นหญิงแก่ก่อนหลังจากนั้นเขาจะหลงรักหญิงแก่ทันทีและขอให้หญิงแก่คนนั้นแต่งงานซึ่งจริงแก่ก็รีบตอบตกลงผู้หญิงคนนั้นเสียใจมากที่เขาเลือกที่จะรักหญิงแก่แทนที่จะเลือกที่จะแต่งงานกับคนที่รู้จักกันมานาน แต่หลังจากที่เทพหรือเทพและหญิงคนนั้นเสียใจด้วยความที่ยังเป็นเด็กเขาจึงหัวเราะคิกคักและไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องนี้ เมื่อก่อนตอนที่โลกยังไม่ถือกำเนิดได้มีเพศสัมพันธ์พระจันทร์เทพแห่งจันทร์ตาเทพแห่งความมืดและเทพกามเทพหรือเทพอีรอสเกิดขึ้นหลังจากนั้นเทพแห่งจันทราได้แยกแผ่นดินทั้งสองออกจากกัน

จนเกิดเป็นโลกและดาวต่างๆ และหลังจากนั้นเทพแห่งจันทราก็กลายเป็นเจ้าแห่งขุมนรกและคิวปิดและประเทศอื่นๆก็เป็นผู้คิดจะช่วยกันกุมชะตาของโลก ในประวัติศาสตร์ของเทพต่างๆที่เมืองกรีกจริงๆแล้วได้มีเขียนไว้ว่าองค์การพระเทพเป็นบุตรของเทพแห่งความรักและความงามและเป็นบุตรของเทพแห่งสงครามผู้ยิ่งใหญ่ จริงๆแล้วเมื่อก่อนเทพแห่งความรักและความงามซึ่งเป็นแม่ขององค์การประเทศนั้นจริงๆแล้วได้แต่งงานจับเทพแห่งการชั่งโดยที่เธอไม่ได้เต็มใจเนื่องจากถูกสุดผู้เป็นพ่อของเธอบังคับ

แต่เธอไม่ได้รักเขาแล้วเนื่องจากว่าเขามัวแต่สนใจกับผลงานของเขาและเขายังมีหน้าตาก็อัปลักษณ์และน่าเกลียดในระหว่างที่เขากำลังสนใจแต่งงานเธอจึงได้ทำความรู้จักกับเทพแห่งสงครามที่มีหน้าตาที่หล่อเหลาและดีกว่าเทพแห่งการชั่งไหนไหน ซึ้งหลังจากนนั้นเธอก็ได้หลับนอนกับเทพแห่งสงครามและได้มีลูกเป็นองค์กามเทพและตั้งชื่อว่าอีรอสซึ่งในประวัติศาสตร์ยังได้กล่าวไว้อีกว่าเทพอีรอสหรือองค์กามเทพเป็นเทพที่เด็กที่สุดและเป็นเทพที่ซุกซนและมักจะแกล้งคนในโลกมากที่สุดดังนั้นทุกคนจึงเรียกองค์กามเทพว่าเทพที่ป่วนที่สุดในสวรรค์

เทพอีรอสหรือองค์กามเทพชอบสอนขนาดใหญ่ที่มีพลังมากของเทพApolloหลังจากนั้นองค์กามเทพก็ได้ขอลูกธนูและคันธนูมาเล่นแต่เนื่องจากเป็นอาวุธที่ทรงพลังมากเทพApolloจึงปฏิเสธหลังจากนั้นคิวปิดจึงบินไปหาสามีที่แท้จริงของเทพแห่งความงามและขอให้เขาทำธนูและคันธนูให้ซึ่งหลังจากนั้นสามีที่แท้จริงของเทพแห่งความงามก็ทำธนูให้จนสำเร็จและหลังจากนั้นเมื่อเขายิงธนูมันก็จบไปที่โลกมนุษย์ในเมื่อไปโดนมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังอยู่ด้วยกันทั้งสองก็ตกหลุมรักกันเขาจึงรู้ว่าเขามีความสามารถทางด้านนี้และถูกแต่งตั้งให้กลายเป็นกามเทพ

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Gclub ฝากขั้นต่ํา 100

Close Up Style หนึ่งในเทคนิคถ่ายภาพ Portrait ให้ชัด

เราคงเคยเห็นกันมาบ้างแล้วล่ะว่าการถ่ายภาพ Portrait นั้นก็มีหลายต่อหลายแนวเช่นกัน ซึ่งมันจะเป็นการแบ่งย่อยออกไปเยอะมากเลยล่ะ พูดไม่หมดเลย แต่หลักๆแล้วในแบบทั่วไปก็จะมีการเน้นเรื่องจุดโฟกัสไปที่ดวงตานั้นแหละ ก็เพียงพอทำให้ภาพนั้นกลายเป็นภาพ Portrait ที่ดีแล้ว

แต่ก็จะมีแนวที่เรียกว่าไม่ได้เน้นที่ดวงตาก็มีนะ ซึ่งผมจะไม่พูดถึงละกัน เพราะเน้นตรงไหน ก็ไปโฟกัสตรงนั้นแหละ จบ แต่มีการถ่าย Portrait แบบนึง ที่มีความพิเศษเรื่องเทคนิคการถ่ายภาพสักหน่อย นั้นคือแบบที่เรียกว่า Close up นั้นเอง เป็นการถ่ายแบบ Portrait นะ ไม่ใช่การถ่าย Macro สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน การถ่ายแบบ Close up คือการถ่ายให้นางแบบนั้นอยู่เต็มกรอบ หรือเกือบเต็มเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นมุมไหนก็ตาม ส่วมมากแล้วจะเห็นการถ่ายแบบมุมเฉียงด้านบน หรือจะมีแบบว่า Close up เห็นกันเพียงใบหน้าก็มีนะ ซึ่งการถ่ายแบบนี้ก็ใช้การโฟกัสที่ดวงตาเหมือนเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือการปรับค่ารูรับแสงให้เหมาะสมนั้นเอง

ค่ารูรับแสงนั้นเป็นตัวกำหนดตัวค่าความชัดลึกชัดตื้นอย่างที่รูกันดี เพราะฉะนั้นแล้วการถ่ายภาพที่ใกล้มากๆนั้น ทำให้เกิดความบางของระยะชัดลึกชัดตื้น ที่จะยิ่งบ้างขึ้นเรื่อยๆเมื่อเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆนั้นเอง แล้วจุดนี้เองที่เป็นปัญหาสำคัญของเหล่านักถ่าย Close up เพราะว่าถ้าเราไม่ปรับรูรับแสงไปด้วยนั้น การที่โฟกัสตา อาจจะทำให้ ปาก หู จมูก นั้นเบลอตามไปด้วยนั้นเอง แล้วนี่ไม่ใช่การถ่ายถาพ Portrait ที่ดีแน่นอน

เพราะเราต้องการให้ชัดทั้งใบหน้าเพื่อสื่อสิ่งที่นางแบบอยากจะสื่อให้มากที่สุด ถ้าใช้เลนส์ระดับโหดมากๆละก็ จะยิ่งกว่านั้นอีก พวกค่ารูรับแสง f 0.95 นี่ต้องขอบอกเลยว่า โฟกัสตา ขาตาไม่ยังเบลอเลย!!!! ซึ่งมันก็มากเกินไปนะแบบนี้ ดังนั้นแล้วการถ่ายภาพ Close up ต้องทำการปรับค่ารูรับแสงให้พอเหมาะกับการที่จะได้ความชัดทั้งใบหน้า อย่าได้ยึดติดกับความกว้างเด็ดขาด

เพราะเราอาจจะกลัวความเบลอหลังนั้นหายไป แล้วทำให้ภาพไม่สวย บอกเลยว่าแค่ปรับค่ารูรับแสงให้เพียงแค่หน้าชัด ไม่ทำให้ฉากหลังหายเบลอหรอก แม้แต่ผมยังเบลออยู่ด้วยซ้ำไปนะ ดังนั้นแล้วปรับเถอะ ปรับให้หน้าชัดทั้งหน้าไว้ก่อน แต่ก็ค่อยๆปรับล่ะ ถ้าหมุนไปซะแคบเลย ก็จะทำให้ภาพฉากหลังไม่เบลอแหละ ต้องเริ่มปรับจากทางกว้างแล้วค่อยลดไปเรื่อยๆจนได้ความชัดใบหน้าที่เราพอใจเป็นพอ จบปิ๊ง

 

 

สนับสนุนโดย  Gclub ดาวน์โหลด

การสร้างศิลปะในการแต่งรูปถ่าย

ในปัจจุบันการสร้างสรรค์งานศิลปะมีอยู่อย่างมากมาย และสิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในยุคนี้ก็คือการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะผ่านรูปถ่ายหรือรูปภาพนั่นเอง ในอดีตนั้นการถ่ายรูปอาจจะเป็นการถ่ายเพื่อความสนุกสนามและเป็นงานอดิเรกที่นิยมทำกันบางครั้งบางคราวเท่านั้นแต่แตกต่างกันกับในยุคปัจจุบันเพราะการถ่ายรูปในปัจจุบันนั้นสามารถสร้างรายได้ให้กับคนที่ถ่ายรูปเป็นอาชีพนั้นได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว

และในปัจจุบันการถ่ายรูปไม่ใช่เพียงการถ่ายรูปแล้วจบไปเท่านั้นแต่เป็นการถ่ายเพื่อเอาไปแต่งสีหรือที่เรียกว่าแต่งรูปให้รูปมีสีสันที่สวยงามและสามารถดึกดูตาผู้คนที่พบเห็นรูปถ่ายนี้ได้มากขึ้นนั่นเอง

เมื่อมีการแต่งรูปจึงเป็นที่มาของการสร้างสรรค์ผลงานผ่านทางรูปถ่ายนั่นเอง โดยในอดีตนั้นจะนิยมรูปถ่ายที่มีการจบหลังกล้อง คนที่สามารถถ่ายรูปได้สวยวามต้องเป็นรูปถ่ายทุถ่ายและสวยเลยไม่มีการตกแต่งรูปภาพแต่งอย่างใด แต่ในปัจจุบันนี้นั้นการถ่ายรูปไม่ใช่สิ่งที่สำคัญอีกต่อไปแล้วเพราะสิ่งที่สำคัญก็คือการแต่งรูปและทำให้รู้นั้นมีความน่าสนใจแตกต่างออกไปจากรูปถ่ายหลังกล้องที่ไม่มีการแต่งรูปใดๆนั่นเอง

ยิ่งรูปมีสีสันน่าสนใจก็ทำให้ได้รับความนิยมจากผู้ชมรูปถ่ายหรือผู้ที่พบเห็นนั่นเอง จึงทำให้ในปัจจุบันมีหลายคนมากที่ผันตัวจากอาชีพอื่นๆและมาทำอาชีพเป็นตากล้องในการถ่ายรูปอย่างเต็มตัวมากมาย

ศิลปะที่ใช้ในการสร้างสรรค์และถ่ายทอดออกมาผ่านรูปถ่ายนั้นจะต้องมีการคิดและในช่างภาพบางคนนั้นก็มีการคิดจนตกผลึกได้ว่า รูปถ่ายแนวนี้แต่งรูปแบบนี้จะสามารถทำให้รูปนั้นดูหน้าสนใจขึ้นมาได้นั่นเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นช่างภาพส่วนใญ่นั้นก็จะมีสไตล์หรือมุมมองที่แตกต่างกันไปจึงเป็นที่มาของการเลือกช่างภาะในการถ่ายรูปวานพิธีการสำคัญต่างๆนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง งานรับปปริญาไปถึงงานวันเกิดก็มีเยอะมาก

และอาจจะสังเกตได้ว่าช่างภาพส่วนใหญ่บางคนทำไมงานเยอะบางคนทำไมงานน้อย เป็นเพราะว่าการสร้างสรรค์งานศิลปะผ่านการถ่ายและแต่งภาพนั้นของแต่ละคนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงนั่นเอง และช่างภาพที่งานเยอะอาจจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ดีและโดนใจคนจำนวนมากกว่านั่นเอง 

ทั้งนี้ทั้งนั้นการมองตลาดของผู้บริโภคหรือคนจ้างงานออกเป็นเรื่องที่เด็ดขาดมาก จะต้องศึกษาและดูว่าการสร้างสรรค์แบบไหนนั้นเป็นการสร้างสรรค์ที่ถูกใจผู้บริโภค เพราะในบางครั้งสิ่งที่ช่างภาพได้สร้างสรรค์นั้นอาจจะเป็นเพียงมุมมองของช่างภาพเพียงคนเดียวดังนั้นแล้วการที่จะสามารถพัฒนาให้ช่างภาพสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ดีได้นั้นก็อาจจะต้องใช้เวลาในการกาจุดลงตัวที่สร้างสรรค์ให้โดนใจผู้บริโภคนั่นเอง

 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนันบอลออนไลน์

วัฒนธรรมจีน

ประเทศจีนนั้นถือว่าเป็นประเทศที่มีการก่อตั้งมาอย่างช้านานย่อมแน่นอนว่าวัฒนธรรมต่างๆนั้นก็ได้มีการสืบทอดต่อเนื่องมาจากรุ่นสู่รุ่นจากบรรพบุรุษมายังคนรุ่นปัจจุบัน ถึงแม้โลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปแต่วัฒนธรรมที่มีการสืบต่อกันมานั้นบงอย่างอาจจะเปลี่ยนไปและบางอย่างอาจจะคงเดิมและยังคงมีการทำตามต่อไปยังอนาคตและมีการสืบต่อไปในชั่วลูกชั่วหลานนั่นเอง

วัฒนธรรมของจีนส่วนมากแล้วนั้นจะเป็นการสืบทดกันมาและวัฒนธรรมก็จะเน้นไปทางด้านความเชื่อของคนในสมัยก่อน ถึงแม้โลกจะมีการเปลี่ยนไปไปอย่างไร คนจีนก็ยังเชื่อว่า การทำสิ่งต่างๆที่เป็นวัฒนธรรมหรือความเชื่อนั้นก็ยังคงอยู่และยังคงมีการสืบทอดกันต่อมาเรื่อย ยกตวอย่างเช่น ขณะที่รับประทานอาหารบนโต๊ะ วัฒนธรรมของคนจีนคือห้ามปักตะเกียบลงบนชามข้างนั่นเอง เพราะคนจีนเชื่อว่าการกระทำในลักษณะแบบนี้นั้นเป็นเหมือนการปักธูปในกระถางธูปนั่นเองเหมือนการไหว้คนตาย และสิ่งที่คนจีนนั้นให้ความสำคัญและระวังอย่างยิ่งคือการตักข้างให้คนอื่นแล้วมีการปักตะเกียบในลักษณะนี้นั้นในชามข้าวที่ตักให้ จะถือว่าผู้ที่ตักข้าวและปักตะเกียบในลักษณะนี้นั้นเป็นการสาปแช่งอีกฝ่ายว่าตายนั่นเอง

วัฒนธรรมและความเชื่อในการให้ของขวัญในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่นวันเกิดเป็นต้น  คนจีนนั้นมักจะไม่มีการมอบนาฬิกาหรือหนังสือเป็นของขวัญสำหรับวันพิเศษ เพราะเนื่องจากการให้นาฬิกาในภาษจีนกลางนั้นมีความหมายคล้ายกับประโยคที่ออกเสียงและแปลว่า มาร่วมงานศพหรือมางานศพนั่นเอง และการให้หนังสือก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมอบให้คนจีนในโอกาสต่างๆเช่นกัน เนื่องจากประโยคในภาษาจีนกลางนั้น

จะมีการออกเสียงหรือความหมายคำว่าให้หนังสือนั้นแปลว่าการส่งมอบความพ่ายแพ้ให้กับผู้รับเหมือนเป็นการตอกย้ำหรือขอให้พ่ายแพ้นั่นเองเพราะคำว่าซู ที่เป็นเสียงในภาษาจีนนั้นและที่แปลว่าหนังสือออกเสียงพ้องเสียงว่าซูเช่นกัน แต่จะแปลว่าความพ่ายแพ้นั่นเอง ดังนั้นแล้วหนังสือกับนาฬิกาตามวัฒนธรรมคนจีนแล้วนั้นจะไม่มอบให้กันในโอกาสพิเศษหรือโอกาสไหนก็ตามเพื่อเป็นการให้เกียรติอีกฝ่ายนั่นเอง

การดื่มเครื่องดื่มเพื่ออวยพรในงานต่างๆหรือโอกาสพิเศต่างๆนั้น วัฒนธรรมจีนจะต้องให้ผู้ที่มีอายุน้อยกว่าจะต้องถือแก้วเครื่องดื่มให้ต่ำกว่าผู้ใหญ่และให้แก้วของผู้ใหญ่นั้นอยู่สูงเหนือกว่าแก้วของเรา การกระทำเช่นนี้นั้นถือเป็นการให้เกียรติและแสดงความรพผู้ใหญ่นั่นเอง แต่ถ้าหากคนที่อายุน้อยกว่าแล้วถือแก้วสูงกว่าผู้ใหญ่ก็จะทำให้ผู้ใหญ่นั้นมองเราไม่ดีได้ ดังนั้นแล้วแม้จีนจะมีความซีเรียสในวัฒนธรรมที่มีมาอย่างช้านาน แต่ถ้าหากเราเรียนรู้และเข้าใจเราก็จะสามารถปรับตัวได้เมื่อเราได้ไปอยู่ที่ประเทศจีนหรือไปเที่ยวนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

รีโมทชัตเตอร์ทางไกล ของจำเป็นในกระเป๋ากล้อง

โอ้วเย้ นี่คือของสำคัญในใจผมเลย ไม่ว่าผมจะเล่นกล้องนานขนาดนี้แล้ว ไม่ว่าจะมีกระเป๋ากล้องมากี่ใบ หรือว่ามีกล้องรุ่นไหมมากี่รุ่น เจ้ารีโมทนี้ก็เป็นของสำคัญอย่างใหญ่หลวงของผมมากๆเลย จริงๆแล้วการเลือกเจ้ารีโมทชัตเตอร์นี้เป็นอะไรที่แรกๆก็ปวดหัวดีเหมือนกันนะ เพราะมันมีทั้งแบบสายและแบบไร้สาย

ซึ่งแต่ละแบบก็มีต้องของแท้ของเทียบอีก ของเทียบนี่ไม่ได้หมายความว่าของปลอมนะ มันแตกต่างกัน ของปลอมคือมันปลอมยี่ห้อของจริงมาแบบเปะๆ รวมถึงชื่อยี่ห้อด้วย แต่ภายในหรือวัสดุจะไม่ค่อยได้มาตรฐาน ใช้ได้ไม่นานนั้นเอง แต่กับของเทียบนี้ หมายถึงของยี่ห้ออื่นๆที่ทำขึ้นมาเพื่อให้ใช้ได้กับกล้องต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าราคานั้นต่างกันมากๆ ของเทียบนั้นจริงๆก็มีทั้งแบบทนทานแล้วก็แบบเสียง่ายๆด้วยเช่นกัน ซึ่งก็ยังมีเรื่องของรีโมทแบบนี้ มีอยู่ในเลือกอีกสองแบบด้วย นั้นคือแบบสาย และแบบไร้สาย อันนี้ต้องดูตัวเองแล้วว่าอยากจะใช้งานแบบไหน ซึ่งมันมีข้อดีที่แตกต่างกันหน่อย

แบบสายนั้นถือเป็นเบสิคสุดๆของกล้องทุกยุคทุกสมัย มีมาอย่างยาวนานล่ะ แต่ในยุคดิจิตอลนี้ก็ได้มีการเพิ่มเทคโนโลยีต่างๆจนทำใหมันเป็นสายลั่นชัตเตอร์ที่ปรับค่าอะไรได้มากมายให้กับตัวกล้อง แต่ก็คือมีข้อเสียในการที่ต้องต่อสายกับกล้องด้วย ทำให้มีระยะของมันอยู่ และข้อดีแน่ๆเลยคือ มันไม่ต้องใช้ถ่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่เราจะไม่ต้องเสียเงินเพิ่มในการเปลี่ยนถ่าย เหมาะกับใคร

มันเหมาะกับการใช้งานเพิ่มไม่ให้เกิดการสั่นสะเทือนกล้อง เช่นการถ่ายภาพในที่แสงน้อยหรือถ่ายน้ำตกที่ไม่อยากให้กล้องขยับเลย แต่ว่ามันไม่ได้เหมาะกับการนำไปใช้ถ่ายคู่ หรือถ่ายเซลฟี่กันนะ เพราะว่าสายมันสั้นและแถมจะเห็นสายได้อย่างชัดเจนที่หน้ากล้องนั้นเอง ส่วนแบบไร้สายนั้น ก็ต้องบอกเลยว่าถูกสร้างมาเพื่อเอาไว้ถ่ายด้านหน้าเลยแหละ

เพราะว่าที่รับสัญญาณก็อยู่ด้านหน้าด้วยเช่นกัน แต่ก็นะ ยี่ห้อเทียบก็จะส่งสัญญาณไม่ได้ไกลมากนัก บางทีก็ต้องอดทนกดย้ำหน่อย เหมาะสำหรับการถ่ายรูปกับแฟนอย่างยิ่ง หรือกับวิวก็ได้ ทำให้ประหยัดเวลาในการถ่ายไปได้เยอะเลย เพราะว่าถ้าไม่พกของพวกนี้ละก็ ตอนที่ตั้งเวลาถ่ายนั้นจะทำให้เกิดการเสียเวลาอย่างมากอีกด้วย

แน่นอนว่าผมไม่ใช่สายถ่ายวิวจริงๆจังแบบนั้น เน้นเป็นการไปท่องเที่ยวกับแฟนแล้วถ่ายมากกว่า และบางครั้งก็ต้องการภาพคู่ การเลือกของผมก็ต้องเป็นแบบไร้สาย แล้วก็สามารถพกได้ง่ายๆเพราะมันทั้งเล็กทั้งเบา แถมถูกอีกด้วย

 

 

สนับสนุนโดย  เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

ภาพสะท้อนกระจกแบบหันข้างไม่มองกระจก

ภาพสะท้อนกระจกแบบหันข้างไม่มองกระจก หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ

ภาพถ่ายเทคนิคสุดงาม ที่อาศัยการจัดกรอบเป็นหลักเพื่อให้ภาพดูมีอะไรมากขึ้น ภาพแนวนี้เป็นการถ่ายที่ต้องการการเซ็ตฉากเยอะๆหน่อย เพราะจริงๆแล้ว เราจะเห็นภาพที่ถ่ายด้วยเทคนิคนี้กับงานถ่ายแบบจ๋าๆเลย ซึ่งมันมีความเป็นการเซ็ตอย่างมาก เพราะฉะนั้นแล้วถ้าเกิดจากการถ่ายเล่นลงโซเชียลนั้นอาจจะดูโอเวอร์กันเกินไปซะหน่อย แต่ถ้าลงจริงๆแล้ว ก็ต้องบอกเลยว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจดีมากๆ

การถ่ายแนวนี้จำเป็นต้องมีการใช้เทคนิคด้านการแต่งภาพด้วยนะ  เพื่อให้ภาพดูออกมาเป็นแนวถ่ายแบบจริงจัง ก็แล้วแต่คนแหละ เอาเป็นว่าภาพสไตล์นี้ไม่ค่อยมีคนถ่ายลงโซเชียลละกัน ถ้าอยากจะเป็นคนริเริ่มความแปลกใหม่ ก็จัดได้เลย ระวังถ้าถ่ายออกมาได้ดีจัด จะทำให้คนอื่นนึกว่าเป็นการถ่ายงาน แล้วมาจ้างได้นะ ฮ่าๆ

การถ่ายแบบนี้นั้น เราจจะเน้นไปทุกส่วนของภาพเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่ตัวแบบเหมือนอย่างเทคนิคอื่น ร่วมทั้งจุดสนใจภาพนั้นจะถูกกระจายออกไปทั่วกรอบของภาพ ทำให้เราต้องคิดเยอะทั้งภาพเลยล่ะ อย่างแรกคือ พนังที่ใช้ติดกระจกนี้ ต้องเป็นผนังที่สวยหรือมีความเข้ากับโจทย์และตีมของการถ่ายภาพ ต้องเข้ากับขอบกระจกและชุดของตัวแบบด้วย ฉะนั้นแล้วแค่ผนังก็ยากที่จะหาได้แล้วล่ะ ส่วนมากที่จะพร้อมถ่ายได้คงต้องเป็นสตูดิโอที่เขาจัดมุมถ่ายไว้แล้วซะมากกว่า ผนังต้องมีความไม่ธรรมดา ทั้งสีและรวดราย เอาเป็นว่าไม่ใช่ผนังบ้านปกติที่เราอยู่หรอก

ต่อมาก็กระจก ต้องมีขอบกระจกที่เหมาะกับผนังอย่างมาก ทั้งรูปแบบและเฉดสีต้องพอดีกัน ไม่ใช่ไปคนละทาง ที่ยากอีกอย่างก็คือเงาสะท้อนในกระจกเงา ที่เป็นฉากด้านหลังนั้น จะต้องมีเฉดโทนและรูปแบบเข้ากับผนังติดกระจกด้วยเช่นกัน ทำให้เป็นเหมือนโลกอีกใบที่เหมือนกัน ดั่งโลกคู่ขนานนั้นเอง สุดท้ายแล้วตัวแบบต้อง จัดองค์ทรงเครื่องให้ได้เข้ากับโจทย์ด้วยเช่นกัน

จากนั้นแล้วก็ยืนหน้ากระจกได้เลย ให้เห็นทั้งตัวแบบจริงและตัวแบบสะท้อนอย่างชัดเจน จากนั้นแล้วก็เป็นเรื่องไม่ยากนักล่ะ ก็เพียงแค่หามุมมองที่ไม่ได้มองในกระจก และตากล้องต้องดูให้แน่ใจว่าเป็นมุมที่ตัวแบบดูสวย สิ่งสำคัญอีกอย่างของภาพสไตล์นี้คือ ต้องใช้ค่ารูรับแสงที่มากพอทำให้ภาพชัดทุกส่วน จะแสดงถึงความเป็นโลกคู่ขนานได้ดี สุดท้ายที่ตัวตากล้องควรคำนึง ก็คือการจัดกรอบให้พอดี ซึ่งอันนี้จะเน้นทั้งภาพ ดังนั้นแล้วต้องให้ความสำคัญทั้งภาพด้วย

 

ขอบคุณ  Gclub ฟรี 100  ที่ให้การสนับสนุน