การพนันออนไลน์มีอะไรบ้าง

     กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างมากเลยก็ว่าได้ในปัจจุบันโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นยุคใหม่ แน่นอนว่าตอนนี้เรากำลังพูดถึงเกมส์การพนันออนไลน์ที่กำลังเป็นที่สนใจเป็นอย่างมากนั่นเอง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถ้าบางคนอาจจะแค่เคยได้ยินแต่ยังไม่ได้ทำความรู้จักกับสิ่งนี้ ถ้าคุณกำลังเป็นคนหนึ่งที่กำลังอยากจะทำความรู้จักกับเกมส์การพนันออนไลน์วันนี้เราจะมาแนะนำให้คุณได้รู้จักกันว่าเกมส์การพนันออนไลน์นั้นมีอะไรบ้าง

เกมส์การพนันออนไลน์ที่มีในเว็บไซต์ให้เลือกเล่นมีดังนี้

  1. บาคาร่า สำหรับบาคาร่านั้นเรียกได้ว่าเป็นเกมส์ฮิตที่นักพนันหลายคนนั่นต่างก็ชื่นชอบและให้ความสนใจในการลงเดิมพันซึ่งต่างก็นิยมกันทั้งในแบบออนไลน์และในสถานคาสิโนเลยก็ว่าได้ ซึ่งในเกมส์บาคาร่านี้จะมีการเปิดให้ทายได้แค่ 3 ผลลัพธ์นี้เท่านั้นโดยที่ในเกมส์นี้นักเดิมพันนั้นสามารถที่จะทายได้ว่าจะเป็นนักเดิมพันทั่วไปหรือว่าเป็นเจ้ามือที่จะเป็นฝ่ายชนะได้ไป หรือว่าผลการเดิมพันนั้นอาจจะออกมาเป็นเสมอกันแน่ โดยที่ในเกมส์คาบาร่านี้นักเดิมพันจะต้องทำการทายให้ได้ว่าไพ่ในมือของใครที่จะมีแต้มที่สูงกว่านั่นเอง 
  2. โป๊กเกอร์ สำหรับเกมส์นี้จะเป็นเกมส์การ์ดโดยที่ในมือผู้เล่นจะประกอบด้วยไพ่ 5 ใบ ซึ่งจะมีกติกาทั่วไปคือ สำหรับผู้เล่นเดิมพันที่มีไพ่กับตัวเองเป็นไพ่ดีที่สุดก็จะเป็นฝ่ายชนะไปนั่นเอง โดยทั่วไปแล้วนั้นไพ่ก็จะมีลำดับเล็กใหญ่แตกต่างไล่เรียงไปซึ่งจะประกอบไปด้วย ไพ่สองคู่,ไพ่คู่,ไพ่ 3 กษัตริย์,ฟลัช,โฟร์ท,สเตรทฟลัช และรอยัลฟลัช
  3. บิงโก สำหรับเกมส์นี้แน่นอนว่าเป็นที่รู้จักของใครหลายๆคนเลยก็ว่าได้ ซึ่งก็เป็นอีกเกมส์หนึ่งที่มีตัวเลขที่สามารถที่จะเล่นได้อย่างง่ายและแน่นอนว่าเป็นที่นิยมในหมู่นักเดิมพัน เนื่องจากว่าเป็นเกมส์ที่ทำให้เกิดความสนุกและสร้างความรู้สึกเพลิดเพลินให้กับนักเดิมพันนั่นเอง อีกทั้งยังไม่ทำให้เกิดความเครียดในขณะที่กำลังคิดวิเคราะห์ในเกมส์เลย ซึ่งลักษณะโดยพื้นฐานของเกมส์บิงโกนั้นก็เป็นแบบทั่วไปที่เราเคยพบเห็นกันโดยที่มีลักษณะเป็นแผ่นกระดานมีตาราง 5×5 ซึ่งก็จะมีตัวเลขให้ได้สุ่มอยู่ในทุกช่องของตารางนั่นเอง
  4. รูเล็ต สำหรับเกมส์รูเล็ตนี้เองก็เป็นอีกหนึ่งเกมส์ที่มีความสนุกโดยลักษณะของการเล่นเกมส์นี้ก็คือการให้ผู้เล่นได้ทายว่าลูกบอลแต่ละลูกนั้นจะหยุดอยู่ที่หมายเลขใดในวงล้อนั่นเอง โดยที่เกมส์รูเล็ตในรูปแบบดั้งเดิมที่หลายคนเคยเล่นกันนั้นสามารถที่จะมีผู้ร่วมเล่นในวงสำหรับแต่ละครั้งได้มากถึง 6 คน ซึ่งตัวผู้เล่นเองก็สามารถที่จะเลือกทำการเดิมพันได้ถึง 9 แบบ
  5. คีโน่ สำหรับเกมส์คีโน่นั้นจะเป็นเกมส์ตัวเลขที่มักจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลยก็ว่าได้ในหมู่ของนักพนันยุคนี้ อีกทั้งนี้เกมส์คีโน่ก็ยังเป็นเกมส์ที่ฮิตในคาสิโนออนไลน์ด้วยเช่นกัน โดยที่มีลักษณะในการเล่นเป็นแผ่นกระดานที่จะประกอบไปด้วยวงกลมขนาดเล็กซึ่งจะที่มีตัวเลขซ่อนอยู่ด้านหลังอีกทีนั่นเอง โดยที่มีการเรียกชื่อของวงกลมดังกล่าวว่า“บับเบิ้ล”นั่นเองสำหรับหนึ่งกระดานก็จะประกอบไปด้วยบับเบิ้ลที่มีอยู่ทั้งหมด80 ลูกด้วยกัน
  6. แบล็คแจ็ค 21 เป็นเกมส์ที่แสดงให้เห็นถึงความแพรวพราวที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวอย่างโดดเด่น นั่นเป็นเพราะว่าเกมส์แบล็คแจ็คเป็นลักษณะเกมส์ที่ผู้เล่นจะไม่ได้อาศัยดวงเพียงแค่อย่างเดียวแต่จะต้องพัฒนาทักษะในการเล่น และจะต้องมีฝีมือที่ดีควบคู่ไปด้วย ที่สุดแล้วจึงทำให้เกมส์แบล็คแจ็ค 21นี้เกิดเป็นความนิยมในหมู่ของนักเดิมพันจำนวนมากได้นั่นเอง
  7. ลูกเต๋าแคร็ป สำหรับเกมส์นี้จะต้องอาศัยการใช้ลูกเต๋า 2 ลูก และกระดานที่มีลักษณะแบบเฉพาะโดยสามารถที่จะมีผู้เล่นได้มากสุดถึง 12 คนได้ด้วยกันในการเล่นหนึ่งครั้งนั่นเองซึ่งในเกมส์นี้นั้นพนักงานที่เป็นผู้ดำเนินการในเกมส์จะมีกันสูงสุดถึง 4 คนกันเลยทีเดียวซึ่งในเกมส์นี้เองก็เรียกได้ว่าเสี่ยงโชคกันล้วนๆเลยก็ว่าได้
  8. สล็อตแมชชีน สำหรับเกมส์นี้นั้นจะเป็นเครื่องเล่นที่นักพนันจำนวนมากต่างก็ชื่นชอบกัน เนื่องจากความง่าย ที่มีให้ทั้งความสนุกซึ่งยากที่จะหาเกมส์อื่นๆมาเทียบได้นั่นเอง และนอกจากนี้แล้วธีมในแต่ละตู้สล็อตยังมีการออกแบบให้เกิดความแตกต่างกันกันออกไปอีกด้วย โดยที่พบได้ทั่วไปก็มีเป็นธีมขุมทรัพย์, ธีมอาหาร หรือแม้กระทั่งธีมแข่งรถนั่นเอง จึงเป็นเกมส์ที่ทำให้เกิดความรู้สึกที่สนุกและมีบรรยากาศในการเล่นเกมส์ที่ไม่มีความน่าเบื่อเลยก็ว่าได้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วนั้นตู้เครื่องสล็อตก็จะได้รับการลงโปรแกรมของเกมส์ให้มีรูปแบบของการออกรางวัลที่มีความแตกต่างกันออกไป

        และทั้งหมดนี้ที่เราได้นำมาแนะนำให้ทุกคนที่มีความสนใจในการเล่นเกมส์การพนันออนไลน์ก็คือแต่ละเกมส์ในเว็บพนันออนไลน์ที่หลายๆคนในปัจจุบันกำลังให้ความสนใจกันอยู่นั่นเอง และถ้าหากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังลังเลอยู่กับการตัดสินใจเล่นเกมส์การพนันออนไลน์นั้นเราก็ขอแนะนำให้ได้ลองดูสักครั้งก็ไม่ได้เสียหายอะไร อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปง่ายๆ

 

สนับสนุนโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

ประวัติศาสตร์ตำนานของ เหรา

เหรา ตัวกิน พญานาค

หากกล่าวถึงพญานาคเชื่อว่าคนส่วนใหญ่คงคุ้นเคยกับสัตว์ในตำนานตัวนี้เป็นอย่างมากเพราะได้มีการกล่าวถึงมันอยู่ตลอดและปรากฏตัวอยู่ในภาพยนตร์หลายเรื่องแถมยังมีให้เห็นตามวัดในที่ต่างๆอีกมากมายลักษณะของงูขนาดใหญ่มีเกล็ดสีสันสดใสบางก็ว่าสีมีมากถึง7สีคู่ปรับของพญานาคนั้นไม่ได้มีเพียงแค่พญาครุฑเท่านั้นยังมีตำนานเล่าว่าในมุมมืดหนึ่งมีสัตว์ในพงศาวดารอีกตัวได้แอบอยู่ในความมือมิดจ่องมองพญานาคอยู่อย่างเงียบๆรอคอยโอกาศที่จะกลืนกินพญานาคหากไม่ทันระวังตัวนั่นก็คือ เหรา หรือ เงือกงู เชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดของคำพริกแพงที่กลายมาเป็นคำว่ามงกรในปัจจุบัน

บางครั้งถูกเรียกว่าเงือกกลือนาค บ้างก็เรียกตัวสำรอก เป็นสัตว์ในตำนานอีกประเภคหนึ่งที่จะปรากฏตัวให้เห็นอยู่บ่อยครั้งในงานศิลปวัดวาอารามแต่คนทั่วไปกับไม่รู้จักและไม่ได้สังเกตุเห็นพวกมันด้วยซ้ำ เหรา นั้นมีลักษณะคล้ายกับงูใหญ่จะมีเท้าสั้นๆใส่ได้ทั้งบนบกและในน้ำมีความคล้ายคลึงระหว่างจระเข้กับพญานาคจะกินเนื้อเป็นอาหารและยังมีชื่อเรียกอื่นๆเช่น มงกรคล้ายนาค หรือ ตัวกินนาค  

ตำนานเรื่องเล่าของ เหรา  เหราได้ปรากฏตัวตำนานกำเนิดแม่น้ำโขงที่เชื่อกันว่าที่จริงแล้วแม่น้ำที่รู้จักกันดีของชาวอีสานแห่งนี้ได้เกิดขึ้นมาจากพญานาคสองตัวมีนามว่า ทยะมูล ทิยาวะ ที่ปกครองหนองน้ำขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่าหนองแสงปกครองอยู่คนละด้านและได้เกิความไม่เข้าใจทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรกจนบรรดาเหล่าสัตว์ที่อยู่บริเวณนั้นบาดเจ็บและได้ตายเป็นจำนวนมากพระอินทร์ทรงใช้ให้พระวิศวกรรมลงมาปรามซึ่งโดยเทพองค์นี้ได้ส่ง เหรา ลงมาสู้รบขับไล่พญานาคเจ้าปัญหาทั้ง3ตนพญานาคนั้นต่อสู้กับพลังของ เหรา ไม่ได้และก็ได้แพ้ไปแต่เพราะความกลัวจะถูก เหรา จับกินก็จึงได้พากันหลบหนีไปจากนั้นก็ได้ทิ้งร่องรอยการเลื้อยหนีของพญานาคและจึงได้กลายมาเป็นแม่น้ำโขงอย่างที่ได้เห็นกันในปัจจุบัน

สำหรับประวัติศาสตร์ที่เล่าขานมานั้นถือได้ว่าเป็นตำนานที่เรานั้นควรศึกษา จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ขึ้นอยู่กับส่วนบุคคลโดย คนเหล่านั้นจะเป็นผู้ตอบเองว่าเขาเชื่อหรือไม่ แต่นั้นก็ไม่ได้บ่งบอกว่าจะเป็นเรื่องที่ผิด ซึ่งเราศึกษาไว้ก็ไม่ได้เสียหายอะไร และยังถือได้ว่าเป็นตำนานที่เรานั้นคาดไม่ถึงอีกด้วย โดยตำนานหรือประวัติศาสตร์อาจจะถูกสร้างขึ้นมาจากเรื่องจริงหรืออาจจะเป็นการแต่งเพื่อความบันเทิงก็ตาม แต่ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่น่าติดตามและน่าอ่านยิ่งนัก

 

สนับสนุนโดย  v9bet

ตำนานปาฏิหาริย์หลวงพ่อโต แห่งวัดบางพลีใหญ่

หลวงพ่อโตแห่งวัดบางพลีใหญ่เป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์และเป็นพระพุทธรูปที่อยู่คู่มากับจังหวัดสมุทรสงครามมาช้านานแล้ว

โดยมีตำนานกล่าวขานถึงพระพุทธรูปองค์นี้ว่า องค์หลวงพ่อโตนี้ได้ลอยตามน้ำมาและซึ่งมีหลายครั้งที่ชาวบ้านพยายามจะนำองค์พระพุทธรูปขึ้นมาจากแม่น้ำแต่ก็ไม่สามารถทำได้ จนชาวบ้านต้องบรวงทรวงขอให้องค์พระพุทธรูปลอยไปจนกว่าจะเจอสถานที่ที่อยากให้ประดิษฐานอยู่แล้วจึงค่อยหยุด ซึ่งปาฏิหาริย์นี้ก็เกิดขึ้นที่บริเวณหน้าวัดบางพลีใหญ่แห่งนี้ ซึ่งแต่เดิมนั้นวัดบางพลีใหญ่นี้ชาวบ้านต่างเรียกกันว่า วัดพลับพลาชัยชนะสงคราม และเมื่อท่านมาถึงหน้าวัดแล้วหยุดนิ่งไม่ลอยไปที่ไหน

ชาวบ้านจึงได้ทำพิธีอัญเชิญท่านขึ้นมาประดิษฐานเอาไว้ทีโบสถ์ภายในวัดบางพลีใหญ่แห่งนี้ แล้วตำนานปาฏิหาริย์ขององค์พระพุทธรูปของหลวงพ่อโตก็เกิดขึ้นนับจากนั้นอีกนับครั้งไม่ถ้วน เริ่มจากการที่องค์ท่านเป็นพระพุทธรูปที่มีขนาดใหญ่มาก ซึ่งตอนที่ชาวบ้านจะนำท่านมาไว้ที่โบสถ์ ก็ได้มีการวัดตัวท่านแล้วว่า ประตูทางเข้าโบสถ์กับพระพุทธรูปนั้นสามารถยกเข้าได้แต่อาจจะเกือบพอดีกับประตูทางเข้านิดหน่อย ซึ่งวัดหน้ากว้างตรงหน้าตักของท่านแล้วพบว่า กว้างอยู่ที่3 ศอก 1 คืบ ส่วนประตูทางเข้าโบสถ์กว้างกว่านิดหน่อย

และเมื่อชาวบ้านพากันแบกท่านมากลับพบว่าไม่สามารถนำท่านเข้าไปในโบสถ์ได้เพราะองค์ท่านใหญ่กว่าโบสถ์มากนัก ซึ่งชาวบ้านต่างกันมั่นใจแล้วว่าได้วัดขนาดประตูแล้วว่าพระพุทธรูปเข้าโบสถ์ได้แน่นอน เมื่อเห็นดังนั้นชาวบ้านจึงได้ทำการจุดธูปเพื่อบอกกล่าวกับพระพุทธรูปหลวงพ่อโต ขออัญเชิญท่านเข้าไปประดิษฐานด้านในโบสถ์ เพื่อที่จะได้อยู่ที่วัดแห่งนี้แล้วคอยช่วยเหลือชาวบ้านให้พ้นเคราะห์ หลังจากจุดธูปเสร็จชาวบ้านก็สามารถนำพระพุทธรูปหลวงพ่อโตเข้าประตูโบสถ์ได้อย่างง่ายดายและยังมีที่เหลือว่างระหว่างประตูโบสถ์กับพระพุทธรูปเหลืออีกเยอะมาก

ซึ่งเป็นที่มาให้ชาวบ้านต่างเลื่อมใสศรัทธากันมากขึ้น และหลังจากนั้นก็ยังมีปาฏิหาริย์ให้ชาวบ้านและพระสงฆ์เห็นกันอยู่บ่อยครั้ง เช่น ทุกวันพระขึ้น 15 ค่ำ เมื่อถึงเวลายามดึก ชาวบ้านที่เดินผ่านมาทางโบสถ์จะได้ยินเสียงสวดมนต์ทุกครั้งดังอยู่ในบริเวณโบสถ์ที่พระพุทธรูปหลวงพ่อโตประดิษฐานอยู่และมีหลายครั้งที่ชาวบ้านได้เข้ามาพิสูจน์ดูว่ามีใครมาสวดมนต์หรือไม่กลับไม่พบเห็นใครเลย และชาวบ้านมักจะพบเห็นว่าจะมีพระภิกษุที่ดูชราภาพมากแล้ว แถมจีวรที่สวมใส่เก่ามากจะมายืนอยู่ตรงหน้าโบสถ์และก็เห็นว่าเดินหายเข้าไปในโบสถ์อยู่บ่อยบ่อย

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย ซื้อหวยฮานอยได้ที่ไหน

ตำนานพระแก้วมรกตจากเวียงจันทร์มาไทย

 

  หากใครที่เคยศึกษาประวัติศาสตร์ และค้นหาข้อมูลของพระแก้วมรกตมาบ้างจะรู้ว่าการค้นพบพระแก้วมรกตครั้งแรกนั้นถูกค้นพบว่าวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งในประเทศไทย โดยพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งอย่างไม่ได้ตั้งใจ หลังจากนั้นก็ถูกอัญเชิญไปไว้ที่เองลำปางก่อนที่มีการอัญเชิญไปไว้ที่เมืองเชียงใหม่ และหลังจากอยู่ที่เชียงใหม่ประมาณ  84 ปีก็ถูกอัญเชิญไปประดิษฐานอยู่ที่เมืองเวียงจันทร์ โดยพระเจ้าไชยเชษฐาที่หลบหนีการบุกโจมตีของพม่าย้ายไปอยู่ที่เมืองเวียงจันทร์และหลังจากนั้นเป็นต้นมาพระแก้วมรกตก็ได้ประดิษฐานอยู่ที่เมืองเวียงจันทร์นั่นเป็นต้นมายาวนานถึง 215 ปีด้วยกัน

ก่อนที่ประเทศไทยจะได้รับพระแก้วมรกตกลับคืนมาสู่ราชธานี โดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นเมื่อปี  2310 ซึ่งในตอนนั้นพม่าได้ทำการบุกเข้าโจมตีเมืองพระนครศรีอยุธยา และไม่นานหลังจากนั้นพระเจ้าตากสินมหาราชก็ได้ตีเอาเมืองอยุธยากลับคืนมาได้โดยใช้ระยะเวลาทั้งหมดนานถึง 15 ปีด้วยกันในการทำให้กรุงศรีอยุธยากลับมาเป็นปึกแผ่นอีกครั้งโดยพระองค์จะมีเจ้าพระยามหากษัตรศึกคอยร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่และคอยเป็นทั้งเพื่อนและทั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุดในการนำทัพออกไปรบฆ่าฟันกับพม่า

และไม่นานพระเจ้าตากก็สามารถบุกไปตีเวียงจันทร์และทำการยึดครองเวียงจันทร์มาได้สำเร็จ โดยได้เวียงจันทร์มาเป็นเมืองขึ้นและในครั้งนั้นเองที่ได้มีการอัญเชิญพระแก้วมรกตกลับมาประดิษฐานที่ประเทศไทยซึ่งในสมัยนั้นตรงกับสมัยกรุงธนบุรีในปี พ.ศ. 2321 หลังจากที่พระเจ้าตากอัญเชิญพระแก้วมรกตกลับมาแล้วก็ได้นำพระแก้วมรกตไปประดิษฐานไว้ที่วัดอรุณ ซึ่งพระแก้วมรกตก็ได้อยู่ที่วัดอรุณจนพระเจ้าตากสินเสด็จสวรรคต และหลังจากพระเจ้าตากสินเสด็จสวรรคต

จึงได้มีการปราบดา เจ้าพระยามหากษัตรศึกขึ้นเป็นสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นรัชสมัยของรัชกาลที่ 1 นั่นเอง หลังจากนั้นรัชกาลที่ 1 ก็ได้ทำการย้ายราชธานีมาอีกฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา และได้อัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานด้วย ซึ่งที่ตั้งใหม่นี้ก็คือกรุงเทพมหานครในปัจจุบันนั่นเอง โดยในครั้งรัชกาลที่ 1 ทรงได้โปรดให้ทรงสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อเอาไว้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต ซึ่งในครั้งในได้มีการจัดงานสมโภชอย่างยิ่งใหญ่ 3 วัน 3 คืนเลยที่เดียว ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมาพระแก้วมรกตก็ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามมาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา  ซึ่งก็คือวัดพระแก้วในปัจจุบันนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  alpha88

ถ่ายภาพสวยด้วยการฝึกหามุมมอง

เคยเห็นภาพถ่ายของใครหลายๆ คนหรือไม่ แล้วเรารู้สึกแปลกใจว่าทำไมมันสวยจัง ความเชื่ออย่างหนึ่งที่หลายคนนั้นมักจะคิดต่อคนที่ถ่ายภาพนั้นออกมาว่า เขาจะต้องเรียนถ่ายรูปมาแน่ๆ ถึงได้ถ่ายภาพออกมาสวย ดูเป็นงานศิลปะมาก มีการจัดวางองค์ประกอบภาพที่ หรืออีกต่างๆ มากมาย

และอีกหนึ่งสิ่งคือทุกคนมักจะบอกว่าคนที่ถ่ายภาพสวยจะต้องมีพรสวรรค์เรื่องศิลปะอย่างแน่นอน ว่าด้วยการถ่ายภาพที่เราจะได้ยินบ่อยคือ “แค่มีกล้อง ก็ถ่ายรูปได้แล้ว” จะว่าไปมันก็เป็นเรื่องจริงนั้นแหละ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่มีกล้องแล้วจะถ่ายรูปออกมาใช้ได้ทุกภาพจริงไหม มันจะเป็นไปได้หรือไมถ้าหากว่าเราไม่ได้ไปเรียนพิเศษวิชาถ่ายภาพ หรือเรียนจบมาจากสาขาการถ่ายภาพโดยตรง แล้วอยากที่จะมีภาพสวยๆ ไว้ลงอวดคนอื่นบ้าง ขอบอกเลยว่าได้อย่างแน่นอน สิ่งแรกที่คุณควรทำความเข้าใจก่อนเลยคือ คุณไม่จำเป็นต้องหาซื้อกล้องราคาแพงมาใช้ก็ได้ ลองฝึกจากการถ่ายภาพง่ายๆ

ด้วยกล้องของโทรศัพท์ก่อน เพราะเราไม่รู้หรอกว่าสุดท้ายแล้วถ้าคุณไม่ได้ชอบการถ่ายภาพ คุณอาจจะต้องเสียเงินไปฟรีๆ เลยก็ได้ และยิ่งถ้าหากคุณเป็นมือใหม่เรื่องการซื้อกล้องนั้นจะต้องคิดไตร่ตรองให้ดีเป็นอย่างมาก เอาล่ะเดี๋ยวเรามาเข้าเนื้อหากันเลยดีกว่า คุณอย่าพึ่งโทษตัวเองนะว่าคุณไม่มีความสามารถทางด้านศิลปะ อันที่จริงแล้วถ้าเราไม่มีพรสวรรค์ทางด้านนี้ก็ไม่เป็นไร แต่เราก็สามารถที่จะสร้างมันขึ้นมาทีละเล็กละน้อยได้ การถ่ายภาพให้สวย แบบที่คุณไม่เคยได้เรียนถ่ายภาพมานั้นคือ

จะต้องฝึกค้นหามุมมองใหม่ๆ ฟังดูแล้วอาจจะดูเข้าใจยาก ลองมาอธิบายให้เข้าใจมากขึ้นอีกนิดหน่อยเป็นไง โดยปกติแล้วทุกๆ อย่างรอบตัวที่เรามองเห็นนั้น เราจะบอกมันด้วยมิติเดียวหรือด้านเดียวที่เรามองเห็นด้วยสายตา แต่การจะมองหามุมมองใหม่ๆ นั้นเราอาจจะต้องมองให้ลึก ขยับซ้ายหรือขวา ให้เห็นด้านอื่นๆ ด้วย และถ้าหากว่ายังมองไม่เห็นเราสามารถหาตัวช่วยจากหนังสือที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพมาสักเล่ม มันอาจจะช่วยให้คุณบอกภาพเป็นเชิงซ้อนได้มากขึ้นก็ได้ พูดง่ายๆคือ เพียงแค่คุณลองหามุมมองใหม่ที่ปราศจากการที่คุณเห็นมันอยู่เป็นประจำจนชินตาอยู่แล้วนั้นเอง

การที่เราสามารถถ่ายภาพมุมใหม่ๆ ได้มากขึ้น มันจะทำให้คุณมีความสังเกตเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้การฝึกถ่ายภาพจากมุมมองต่างๆ จะทำให้เราเข้าใจทุกสิ่งหลากหลายด้าน ไม่ใช่เพียงแค่ด้านเดียวที่เรานั้นมองเห็นเท่านั้น และคุณจะชำนาญในการถ่ายภาพเพิ่มขึ้นอีกด้วย

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

โศกนาฏกรรมครั้งร้ายแรงของประเทศกัมพูชา

การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในยุคเขมรแดงโศกนาฏกรรมครั้งร้ายแรงของประเทศกัมพูชา”

หลายๆคนอาจจะพอเคยได้ยิน คำว่าเขมรแดงมากันอยู่บ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่ค่อยรู้ว่าจริงๆแล้วเขมรแดงนั้นคืออะไร เพราะว่ามันก็เป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะเกิดขึ้นมานานพอสมควรแล้ว แต่หากย้อนกลับไปเมื่อ 40 ปีที่แล้ว ได้มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กันเกิดขึ้น หรือหลายๆท่านอาจะพอได้ยินเรื่องของทุ่งสังหารมาพออยู่บ้าง ดังนั้นวันนี้เราจะมาเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเขมรแดงกันว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร

เขมรแดงเป็นคำที่ใช้เรียกตัวแทนแห่งความสำเร็จของระบอบการปกครองแบบเผด็จการในคราบของการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ ซึ่งได้กุมอำนาจมาในช่วงหนึ่งของการปกครองที่ประเทศกัมพูชา เป็นการปกครองเพื่อแสดงถึงจุดยืนในการเปลี่ยนแปลงสังคม โดยมีแนวคิดและอุดมการณ์แบบปฎิวัติเบ็ดเสร็จ ที่มีการดูแลรักษาเผด็จการโดยชนชั้น กรรมมาชีพ ที่แสดงถึงจุดยืนท่ีแน่วแน่ในการปกครอง 

ซึ่งสิ่งแรกที่กลุ่มเขมรแดงได้ปฎิบัติหลังจากที่ได้ยึดอำนาจแบบ 100% แล้ว นั้นก็คือการบังคับให้ประชาชนชาวกัมพูชา นั้นต้องทำการเกษตรและต้องใช้แรงงานกันในพื้นที่ที่ชนบท เพื่อเป็นการแบ่งแยกศัตรูทางชนชั้น ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการ ทหาร เชื้อพระวงศ์ ผู้ที่มีการศึกษา และผู้ที่มีวิชาชีพในด้านต่างๆ โดยทั้งหมดที่ได้กล่าวมานั้นได้ถูกกำจัดทิ้งทั้งหมด จึงทำให้ในเหตุการณ์ครั้งนี้ต้องมีผู้ที่เสียชีวิตถึง 850,000 ไปจนถึง 3 ล้านคน และเมื่อยิ่งเทียนกับอัตราส่วนของประชากรในประเทศ ถือเป็นเรียกได้ว่าแทบจะฆ่าล้างประเทศเลยก็ว่าได้ ซึ่งในตอนนั้นประชากรในประเทศกัมพูชามีเพียงแค่ 7.5 ล้านคนเท่านั้น ถือเป็นการสังหารหมู่ที่รุนแรงและมีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก 

กลุ้มเขมรแดงนั้นได้ใช้เวลาในการปกครองประเทศกัมพูชายาวนานถึง 4 ปี จนในปี .. 2522 กลุ่มกองกำลังของเขมรแดงก็ได้เสื่อมอำนาจลง เพราะได้ถูกบุกรุกโดยเวียดนาม ซึ่งการจากการที่เขมรได้สร้างฐานที่มั่นเอาไว้ในไทย จุงยังส่งผลให้สามารถที่จะพยุงอำนาจต่อไปในอีกซักพัก ซึ่งในปี .. 2539 ขบวนการของเขมรแดงก็ได้เสื่อมอำนาจลงอย่างเป็นทางการ แต่ว่า พล พต หัวหน้าของกลุ่มเขมรแดงก็ไม่ได้รับการพิจารณาคดี จากการที่เขาได้ทำการสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์ จนแม้กระทั่งวินาทีที่เขาเสียชีวิต ในวันที่ 15 เมษายน ปีพ.. 2541 ประชาชนก็ยังไม่ได้รับความยุติธรรมจากเขา รวมไปถึงอีกคนอย่าง ตา ม็อก อดีตผู้นำของเขมรแดง ที่แม้แต่จนกระทั่งวันที่เขาตาย คดีการสั่งหารประชาชนก็ยังไม่ได้รับการพิจารณาเช่นเดียว

และนี่ก็ถือเป็นโศกนาฏกรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ผู้ที่เห็นต่างทางการเมืองที่น่าเศร้าเสียใจที่สุด จากการที่คนเหมือนกันได้ฆ่ากันเองเพียงเพราะอำนาจ และการปกครองแบบเผด็จการ ที่ไม่ว่าใครที่คิดจะเห็นต่างก็ได้ถูกกำจัดออกไปอย่างน่าสงสาร และก็มันถือว่าเป็นตัวอย่างที่เราคนไทยเห็นแล้วก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นกับคนไทยที่ ปัจจุบันเราก็เหมือนได้ถูกปกครองโดยเผด็จการในคราบของประชาธิปไตยจอมปลอม

 

ได้รับการสนับสนุนเรื่องราวจาก  สมัคร gclub slot ไม่มีขั้นต่ำ

แนวเขตชายฝั่งที่เป็นรอยต่อระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน

คุณเคยเห็นแนวเขตชายแดนที่แปลกๆหรือทุกคนอาจจะเคยเห็นเส้นแนงเขตที่เป็นแนวเขตสองด้านแต่ที่แปลกไปกว่านั้นและแปลกไปกว่าเส้นแนวเขตชายแดนอื่นๆที่มีเส้นเขตชายแดนถึงสามเขตในที่เดียวกันซึ่งมันจะเป็นอย่างไรมาดูกัน

โต๊ะปิกนิก3ประเทศระหว่างประเทศออสเตรีย สโลวาเกีย และ ฮังการี 

หากเพื่อนๆคนไหนที่อยู่บ้านเบื่อๆลองเปลี่ยนบรรยากาศไปปิกนิกในสวนสาธารณะแต่เดี๋ยวนะแค่เดินเข้าไปซื้อของในร้านสะสวดซื้อแถวบ้านแล้วเอามากินที่สวนสาธารณะไม่เห็นจะหน้าสนุกตรงไหนถ้างั้นเราไปปิกนิกวันเดียว3ประเทศเลยดีไหมหาลายคนก็คงไม่เชื่อกันใช่ไหมว่ามัยมีอยู่จริงหรือแต่ที่ว่ามานี้มันได้เกิดขึ้นในอุทยานซึ่งได้ตั้งอยู่บนพรมแดนทั้ง3ประเทศซึ่งนั้นก็ได้แก่ ออสเตรีย สโลวาเกีย ฮังการี มาบรรจบกัน

ซึ่งจุดกึ่งกลางนั้นพวกเขาได้ตั้งโต๊ะสามเหลี่ยมตัวนี้เอาไว้เป็นแลนด์มาร์คล้ำได้อีกถ้าบ้านเรามีสามเหลี่ยมทองคำส่วนบ้านเขานั้นก็จะเป็นสามเหลี่ยมโต๊ะปิกนิกสินะเพียงแค่คุณนั้นสลับที่นั่งก็เหมือนว่าคุณนั้นได้ข้ามไปอีกหนึ่งประเทศแล้วแต่จะว่าไปนะโต๊ะสามเหลี่ยมนี้ก็เหมาะแก่มิตรสหายจากประเทศเพื่อนบ้านมานั่งเล่นกันสุดๆ

 

เขตปลอดอาหารเกาหลีระหว่างประเทศเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้

ถึงแม้ว่าทั้งสองประเทศนี้ยังไม่เกี่ยวก้อยกันสักทีแต่อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีพื้นที่เล็กๆเอาไว้เพื่อที่คนทั้งสองประเทศนั้นได้พูดคุยกันเขตปลอดทหารหรือที่เรียกเท่ๆว่าDMCนั้นเป็นพื้นที่กันชนระหว่างพรมแดนเกาหลีเหนือกับเกาหลีใต้ซึ่งได้เริ่มก่อตั้งในปี1953ซึ่งได้มีพื้นที่ความยาว250กิโลเมตรและกว้าง4กิโลเมตร

โดยเราสามารถเข้าไปไกล้ชิดได้อย่างสองประเทศได้อย่างปลอดภัยจากเขตปันมุมจอมทางด้านฝั่งเกาหลีใต้เท่านั้นที่นี้จะมีทหารซึ่งทำหน้าที่คอยเป็นไกด์พาเที่ยวชมมีร้านขายของที่ระลึกอีกทั้งยังรวมไปถึงห้องประชุมที่ตั้งอยู่ระหว่างกึ่งกลางของสองเกาหลีและอีกแรงมารค์ที่น่าสนใจก็คือตรงบริเวณสพานไปไม่หวนกลับสาเหตุที่เขาเรียกแบบนี้เพราะเมื่อก่อนเป็นที่ส่งเชลยศึกกลับประเทศแล้วห้ามหวนกลับมายังข้ามประเทศเพื่อนบ้านอีกเพื่อนคนไหนที่ไปเที่ยวDMCก็อย่าลืมทำตามขอปฏิบัติของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดด้วยนะ

สำหรับพวกเขานั้นคงอยู่ยากสักหน่อยหากอยู่ในช่วงต่อของแต่ละอัน แต่ว่าประเทศของใครใครก็รักจึงไม่อยากที่จะให้ข้ามเขตแดนของกันและกัน แต่ทางที่ดีเราควรสมานณะฉันดีกว่านะเพราะว่าเรานั้นจะต้องเห็นหน้าตากันทุกวันจึงเป็นเรื่องยากที่จะให้ผิดใจกัน ควรถ่อยทีถ่อยอาศัยกันถึงจะดี

 

สนับสนุนเรื่องราวจาก  เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

ประเพณีของฝนด้วยกันใช้แมวดำ

          ที่ต้องมาพูดถึงประเพณีขอฝนในตอนนี้ทั้งที่ไม่ใช่หน้าฝนเพราะอยากให้ฝนตกเหลือเกิน เพื่อปัญหาฝุ่น PM2.5  หากมีฝนตกลงมาบ้างฝนคงจะช่วยชะล้างฝุ่นที่ลอยอยู่ภายในอากาศออกไปบ้าง เด็กๆหรือแม้แต่ผู้ใหญ่อย่างเราๆจะได้สามารถออกมาเดินนอกบ้านได้อย่างสบายใจไม่ต้องเดินแบบใส่หน้ากากอนามัยเพราะกลัวสูดฝุ่นเข้าไปในปอดแล้วจะมีอันตราย

ซึ่งหากฝนยังไม่ตกอยู่อย่างนี้ประเทศไทยคงถึงขั้นวิกฤตแน่ เพราะตอนนี้ตื่นเช้าขึ้นมาแทนที่จะพบกับอากาศที่สดใส แต่กลับเจอแต่หมอกคลุ้งเต็มท้องฟ้าไปหมด ซึ่งโรงเรียนหลายแห่งงดการเรียนการสอนไปเลยเพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ

และบางที่ยังคงเปิดเรียนก็งดกิจกรรมหน้าเสาธง ดังนั้นเมื่อเราให้ฝนตกแล้วฝนไม่ตกจึงอยากให้ลองนำประเพณีเก่าแก่อย่างประเพณีของฝนมาใช้ดูเผื่อว่าจะสำเร็จทำให้ฝนตกลงมาปัดเป่าฝุ่น PM2.5 ให้พ้นไปจากประเทศไทยได้

สำหรับประเพณีของฝนนี้ปัจจุบันยังมีการทำกันอยู่บ้านแต่ไม่มากแล้ว

จะมีแต่ตามต่างจังหวัดและทำกันเฉพาะในหมู่บ้านเล็กๆที่มีความเชื่อตามคนโบราณกันอยู่ ซึ่งประเพณีเริ่มมีมาตั้งแต่ตอนไหนไม่มีใครรู้แต่ที่รู้ๆ ชาวบ้านจะร่วมใจกันมารวมตัวกันที่หน้าบ้านผู้ใหญ่บ้านโดยมีการเตรียมแมวดำมาด้วยหนึ่งตัว ซึ่งจะเตรียมใส่กรงไว้แล้วพากันแห่เดินตามถนนในหมู่บ้านโดยพยายามให้เดินผ่านให้ครบทุกบ้านและระหว่างที่เดินแห่นั้นจะมีคนทำพิธีคอยสวมมนต์อ้อนวอนขอให้ฝนตก บางหมู่บ้านก็จะพากันแห่แมวและสวดมนต์อ้อนวอนขอฝนธรรมดา แต่บางหมู่บ้านก็จะมีการสาดน้ำใส่แมวเป็นระยะและนำมาเรียวเคาะกับกรงแมวที่ใช้แห่

ซึ่งกระทำแบบนี้ถือว่าเป็นการทรมานสัตว์ ในปัจจุบันจะมีการถูกตำรวจจับได้ แต่ในสมัยโบราณวิธีการนี้จะเป็นการของให้เทพเจ้าประทานฝนลงมาให้ เพื่อให้ชาวบ้านได้มีน้ำใช้สำหรับทำไร่ ทำนา ซึ่งการปฏิบัติแบบนี้ติดต่อกันมาทุกครั้งที่มีการทำก็มักจะมีฝนตกลงมาตามที่ชาวบ้านอธิฐานดังนั้นประเพณีนี้จึงยังคงอยู่

แต่ก็คือว่าน้อยลงมากแล้ว เพราะคนรุ่นใหม่ที่ได้รับการเรียนหนังสือจะเข้าใจได้ว่าการตีแมวแล้วนำแมวมาแห่ไม่ได้ช่วยให้ฝนตกแต่อย่างใด แต่ก็ยังมีบางหมู่บ้านที่ยังคงอนุรักษ์ประเพณีนี้เอาไว้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีประเพณีสืบทอดกันอีกนานแค่ไหน เพราะคนรุ่นใหม่ไม่สนใจต่อไปก็คงจะลืมเลือนประเพณีของไทยอันนี้ไปแน่นอน

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50

หยุดพักผ่อนคลายเครียดยังไงให้ประหยัดสำหรับที่เที่ยวญี่ปุ่น  

ท่องเที่ยวพักผ่อนที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างไรให้ประหยัดและคุ้มมากที่สุด 

ซึ่งประเทศญี่ปุ่นนั้นปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นประเทศท่องเที่ยวติดอันดับต้นๆของเมือง ไทยและในแถบทวีปเอเชียและยังอยู่ในระหว่างฮ่องกง และ เกาหลี ญี่ปุ่นเป็นต้น  คนไทยส่วนใหญ่นั้นจะชอบไปเที่ยวที่ไหนมากกว่ากัน และในวันนี้เราจะมาพิสูจน์กันว่าที่เที่ยวในประเทศญี่ปุ่นเที่ยวอย่างไรถึงจะคุ้มค่าและประหยัดมากที่สุด 

ซึ่งในประเทศญี่ปุ่นนั้นต่างก็มีที่ให้ท่องเที่ยวมากมาย หรือไม่ว่าจะเป็น ภูเขาไฟฟูจิ, ฮอกไกโด, โตเกียวเมืองหลวง หรืออาจจะเป็น ซัปโปโร ในเขตศิททางตอนเหนือ หรือ โอกินาวะเรียก ซึ่งบอกได้เลยว่าที่เที่ยวมากมาย และยังมีทั้งของกินที่ถูกอกถูกใจและถูกปากคนไทยมากมาย เช่น กันไม่ว่าจะเป็น  ราเมง โซบะ ปลาดิบ ซูชิ หรือเนื้อวากิว

ซึ่งของแต่ละอย่างนั้นล้วนก็แล้วแต่เป็นอาหารยอดนิยมของคนไทยเลยก็ว่าได้ และทั้งหมดนี้ก็เรียกได้ว่าการไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นนั้น อาจจะทำให้คุณหลงไหลเสน่ห์ในประเทศญี่ปุ่นได้โดยไม่รู้ตัวกันเลยทีเดียว

มาถึงทริปหรือ เทคนิคเล็กๆที่สามารถทำให้การท่องเที่ยวญี่ปุ่นประหยัดและคุ้มมีอะไรบ้างเราไปดูกันเลยดีกว่า

  1. การเดินทางในประเทศญี่ปุ่นนั้นต้องใช้บัตร JR PASS ประหยัดสุดๆJR PASSนั้น ซึ่งเป็นบัตรรถโดยสารและการเดินทางของตั๋วรถไฟที่บอกได้เลยว่าคุ้มค่าสุดๆและเป็นที่รู้กันดีว่าประเทศญี่ปุ่นนั้นเขาใช้การเดินทางด้วยรถไฟเป็นหลักไม่ว่าจะเป็นทั้งรถด่วนและไม่ด่วน บัตร JR PASS นี้ จะช่วยให้คุณนั้นประหยัดสำหรับค่าตั๋วต่อเที่ยวไปอย่างมาก และอาจจะใช้ได้กับรถมินิบัสหรือเรือได้อีกด้วย  
  2. คุณลองพักที่พักแบบ HOSTEL ดูที่พัก HOSTEL หลายๆที่ก็จะสะอาดเรียบร้อยน่านอนและน่าพักอาศัยมากอีกทั้งราคาก็ไม่แพงมากและสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้มากหรือบางที่ก็อาจมีพื้นที่ส่วนกลางเพื่อทำให้คุณนั้นได้มีโอกาสทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆมากยิ่งขึ้นได้อีกด้วย
  3. สำหรับบางที่บางท้องถิ่นก็อาจจะ ใช้ตั๋วเซชุน 18 คิปปุ หรือนั่งได้ไม่จำกัดต่อเที่ยวตั๋วเซชุน 18 คิปปุ นั้นก็ต่างกับ JR PASS เพราะส่วนใหญ่จะเป็นรถไฟท้องถิ่นทำให้การซื้อตั๋วใบนี้ จะสามารถนั่งรถไฟกี่รอบก็ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งและมันก็จะประหยัดได้มาก แต่ก็ไม่สามารถที่จะนั่งรถไฟสายด่วนได้ อย่างชินคังเซน ได้เท่านั้นเอง  
  4. และอีกประสบการใหม่ๆก็คือโรงแรมแคปซูล อีกทั้งก็ยังประหยัดไปกว่า โฮสเทล ถึงแม้ว่าโรงแรมแคปซูล จะมีขนาดเล็กแต่ก็ยังสามารถนอนพักอาศัยได้ดีซึ่งเหมาะกับคนที่ไม่มีสิ่งของเยอะมากเท่าไหร่แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกตามพื้นฐานต่างๆครบถ้วน 

 

สนับสนุนโดย รู้ทันบาคาร่า

สำหรับด้านกีฬาที่ท้าทายของความเร็ว

ซึ่งกีฬาที่อาจจะใช้ความเร็วแล้วละก็ ไม่ว่าจะเป็นกีฬาความเร็วบนท้องถนน หรือจัดการแข่งขันรถยนต์ และรถมอเตอร์ไซค์ทางตรง หรืออาจจะเป็นวิบากล้วน นอกจากจะได้ประลองความเร็วแล้ว ยังต้องอาศัยความชอบส่วนตัว และ ได้รับการฝึกฝนมาดีก่อนที่เราลงแข่ง ซึ่งถ้าเกิดอุบัติเหตุในการแข่งขัน อาจจะได้รับบาดเจ็บหรือแขนขาหัก

ความเป็นมาและประวัติที่น่าสนใจของการแข่งขันมอเตอร์ไซค์

นอกจากการแข่งมอเตอร์ไซค์แล้ว ยังมีอีกหลายคนซึ่งเคยคุ้นหูมาบ้างแล้ว ในนามชื่อแข่งขันอย่าง MOTORSPORT และยังเป็นการแข่งที่มีความเร็วแบบยานยนต์  ซึ่งเราดูในของประเภทมอเตอร์ไซค์ดีกว่า และสำหรับการแข่งขันด้าน MOTORSPORT ของรูปแบบมอเตอร์ไซค์ ซึ่งจะแบ่งเป็นสองประเภท ทั้งทางเรียบ ทางฝุ่น

ในส่วนของทางเรียบจะแบ่งเป็น 3 ประเภทด้วยกัน

1.สำหรับการแข่งขันซึ่งจะเน้นในเรื่องของความเร็วเป็นหลัก รวมไปถึงรถที่นำมาแข่งมันจะต้องเป็นรถที่ผลิตออกมาเพื่อใช้ในสนามแข่งอย่างเดียว

2.สำหรับการแข่งขันที่จะใช้ความเร็ว อย่างการใช้รถ Super sport ทั่วไปนำมาเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยเพื่อลงแข่ง หรือไม่อาจจะเป็นการวัดรอบความเร็วด้วยเวลาที่ดีที่สุดใน 2 รอบสนาม นอกจากนั้นรถที่นำมาแต่งเพื่อให้พร้อมลงแข่งของเครื่องยนต์ที่มีกำลังอัดถึง 4 ลูกสูบด้วยกัน เริ่มที่ 750 ถึง1200 CC ซึ่งเป็นอะไรที่หน้าท้าทายกับความเร็วมาก

3.สำหรับการแข่งที่ 3  ต้องบอกเลยว่าเป็นการแข่งมอเตอร์ไซค์ที่โหดมากๆ ซึ่งเป็นการแข่งขันที่โหดและยังต้องใช้ความอดทนและความแข็งแรงที่สำคัญของนักแข่ง และยังรวมไปถึงการดูแล รถให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ซึ่งจากการแข่งของรถประเภทนี้แล้วยังต้องใช้เวลาขับขี่ที่ยาวนานถึง 4 ชม. และ 8 ชม.  ต้องบอกเลยว่าเป็นการแข่งที่โหดไม่ใช่น้อย

ซึ่งจะมีกติกาที่ห้ามเปลี่ยนรถสำหรับใช้ในการลงแข่งใดๆ แต่ก็ยังเปลี่ยนสลับคนขับได้ถึง 3 คน เพื่อให้สลับผัดเปลี่ยนกันของการลงแข่ง แล้วยังดูแลรถที่ใช้ในการขับแข่งด้วยการเติมน้ำมัน และ เติมลมยางด้วยตัวคนขับเอง และนี้ก็ถือว่าเป็นการแข่งขันในรูปแบบของทางเรียบ ซึ่งอาจจะดูโหดเท่าที่เคยมีมาของการแข่งขัน ถือว่าเป็นความท้าทายในการขับขี่อย่างรถมอเตอร์ไซค์

เนื่องจากนี้สำหรับการแข่งขันในด้าน รถมอเตอร์ไซค์วิบากนั้น ก็อาจจะมีหลายรูปแบบด้วยกัน ซึ่งแต่ละรูปทรงก็อาจเป็นที่ชื่นชอบแตกต่างกันไป ซึ่งมันก็แล้วแต่ว่าใครชอบแบบไหน หรือจะเป็นความเร็วแรงแบบธรรมดาที่ขับทางเรียบ หรือ อาจจะชอบความเร็วแรงอย่างวิบาก  ก็แล้วแต่ความท้าทาย และฝีมือของตัวเอง หรืออาจจะลองฝึกฝนก่อนเพื่อให้ตัวเรานั้นได้มีความมั่นใจและกล้าออกไปท้าทายความเร็วแรงและความมันให้กับตัวท่านเองได้เลย 

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย ทดลองเล่นบาคาร่าฟรี