
ความเชื่อเกี่ยวกับรอยสักของวัฒนธรรมญี่ปุ่น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ความเชื่อเกี่ยวกับรอยสักในวัฒนธรรมญี่ปุ่นมีประวัติศาสตร์ยาวนานและซับซ้อน ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน วัฒนธรรมการสักของญี่ปุ่นเริ่มขึ้นมาตั้งแต่สมัยโบราณ
โดยมีการค้นพบหลักฐานเกี่ยวกับการสักบนร่างกายของชาวญี่ปุ่นที่มีอายุย้อนกลับไปถึงช่วง 10,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช
ซึ่งในช่วงนั้น รอยสักมีความเชื่อมโยงกับพิธีกรรมทางศาสนาและการบูชาเทพเจ้า บางครั้งก็ใช้เพื่อแสดงถึงสถานะทางสังคมหรือบ่งบอกถึงความเชื่อทางวิญญาณ
ในยุคต่อมา โดยเฉพาะในสมัยนารา (710-794) และเฮอัน (794-1185) การสักเริ่มถูกใช้เป็นเครื่องหมายแสดงโทษทางอาญา ผู้ที่กระทำความผิดจะถูกสักสัญลักษณ์ไว้บนร่างกาย เพื่อให้สามารถระบุได้ว่าเป็นผู้กระทำผิด
ซึ่งถือเป็นการตราหน้าผู้ต้องโทษและทำให้เขาไม่สามารถกลับเข้าสู่สังคมได้อย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้ ยังพบหลักฐานว่าบางกลุ่มชนพื้นเมืองในญี่ปุ่น เช่น ชาวไอนุ (Ainu) มีการสักเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมและความเชื่อดั้งเดิม พวกเขาสักเพื่อปกป้องตัวเองจากวิญญาณชั่วร้ายและเพื่อเป็นการบูชาเทพเจ้า
ในสมัยเอโดะ (1603-1868) การสักเริ่มเปลี่ยนมาเป็นรูปแบบศิลปะมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มช่างไม้ ช่างฝีมือ
และคนงานที่ทำงานหนักในเมืองใหญ่ เช่น โตเกียวและโอซาก้า ศิลปะการสักที่เรียกว่า อิเรซึมิ (Irezumi) กลายเป็นที่นิยมในหมู่คนเหล่านี้ การสักเต็มตัวหรือ “โฮริ” (Hori)
ซึ่งรวมถึงภาพวาดของเทพเจ้า สัตว์ในตำนาน และธรรมชาติ เช่น มังกร ปลา และดอกไม้ กลายเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญและความมุ่งมั่นในการทำงาน บางครั้งก็เป็นการบ่งบอกถึงความภาคภูมิใจในอาชีพหรือตัวตนของผู้ที่สัก
อย่างไรก็ตาม ในช่วงสมัยเดียวกันนี้เอง รอยสักยังถูกเชื่อมโยงกับกลุ่ม **ยากูซ่า** ซึ่งเป็นกลุ่มอาชญากรรมที่ทรงอิทธิพลในญี่ปุ่น
โดยยากูซ่าจะสักรอยสักเต็มตัวที่ซับซ้อนและงดงาม เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงถึงการเป็นสมาชิกและความจงรักภักดีต่อกลุ่ม รอยสักในบริบทนี้ยังถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความทนทานและความกล้าหาญ เนื่องจากการสักในสมัยนั้นทำด้วยมือและใช้เวลานาน เจ็บปวดมาก
ในปัจจุบัน การสักในญี่ปุ่นยังคงเป็นเรื่องที่มีข้อถกเถียงอยู่มาก ในขณะที่รอยสักได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นศิลปะการแสดงออกทางตัวตน แต่ในญี่ปุ่น รอยสักยังคงเชื่อมโยงกับอาชญากรรมและยากูซ่าอยู่
ทำให้มีสถานที่บางแห่ง เช่น บ่อน้ำพุร้อน (ออนเซ็น) ฟิตเนส และสระว่ายน้ำ ที่ไม่อนุญาตให้ผู้มีรอยสักเข้ามาใช้บริการ แม้ว่าจะมีคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ที่สนใจการสักเพื่อต้องการแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเอง แต่ก็ยังคงต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางสังคมอยู่
แม้ว่าทัศนคติต่อการสักในญี่ปุ่นจะเปลี่ยนไปบ้างในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ความเชื่อที่สืบทอดมาตั้งแต่อดีต ยังคงทำให้รอยสักเป็นเรื่องที่ยังมีข้อถกเถียงและมีภาพลักษณ์ที่หลากหลาย
สนับสนุนเนื้อหาโดย เครื่องช่วยฟัง มีไว้ทำอะไร