ตำนานคิวปิด

ถ้าพูดถึงเรื่องความรักจะมีประโยคนึงที่มักจะได้ยินกันบ่อยคือกามเทพยิงลูกศรแห่งความรักใส่คู่รักซึ่งถ้าพูดถึงกามเทพจริงแล้วกำลังเทพคือเทพที่มีนามว่าอีรอสซึ่งทุกคนจะรู้จักองค์การประเทศในรูปร่างของเด็กที่จะมีคันธนูและลูกธนูเพื่อที่จะยิงศรใส่คู่รัก ความรักยิ่งลึกซึ้งอยู่ทำให้คนที่กำลังเกลียดกันกลับมารักกันอีกครั้งหรือทำให้คนมีชะตาที่จะได้รักกัน มีวันหนึ่งที่ประเทศที่ทำเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นเราได้พบชายหนุ่มคนหนึ่งและเห็นว่ามีผู้หญิงคนนึงที่หน้าตาเหมาะกับฝ่ายจึงได้แผลงศรใส่ฝ่ายชาย

เมื่อผู้หญิงคนนั้นเดินมาถึงเธอเห็นผู้ชายคนนั้นได้เห็นหญิงแก่ก่อนหลังจากนั้นเขาจะหลงรักหญิงแก่ทันทีและขอให้หญิงแก่คนนั้นแต่งงานซึ่งจริงแก่ก็รีบตอบตกลงผู้หญิงคนนั้นเสียใจมากที่เขาเลือกที่จะรักหญิงแก่แทนที่จะเลือกที่จะแต่งงานกับคนที่รู้จักกันมานาน แต่หลังจากที่เทพหรือเทพและหญิงคนนั้นเสียใจด้วยความที่ยังเป็นเด็กเขาจึงหัวเราะคิกคักและไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องนี้ เมื่อก่อนตอนที่โลกยังไม่ถือกำเนิดได้มีเพศสัมพันธ์พระจันทร์เทพแห่งจันทร์ตาเทพแห่งความมืดและเทพกามเทพหรือเทพอีรอสเกิดขึ้นหลังจากนั้นเทพแห่งจันทราได้แยกแผ่นดินทั้งสองออกจากกัน

จนเกิดเป็นโลกและดาวต่างๆ และหลังจากนั้นเทพแห่งจันทราก็กลายเป็นเจ้าแห่งขุมนรกและคิวปิดและประเทศอื่นๆก็เป็นผู้คิดจะช่วยกันกุมชะตาของโลก ในประวัติศาสตร์ของเทพต่างๆที่เมืองกรีกจริงๆแล้วได้มีเขียนไว้ว่าองค์การพระเทพเป็นบุตรของเทพแห่งความรักและความงามและเป็นบุตรของเทพแห่งสงครามผู้ยิ่งใหญ่ จริงๆแล้วเมื่อก่อนเทพแห่งความรักและความงามซึ่งเป็นแม่ขององค์การประเทศนั้นจริงๆแล้วได้แต่งงานจับเทพแห่งการชั่งโดยที่เธอไม่ได้เต็มใจเนื่องจากถูกสุดผู้เป็นพ่อของเธอบังคับ

แต่เธอไม่ได้รักเขาแล้วเนื่องจากว่าเขามัวแต่สนใจกับผลงานของเขาและเขายังมีหน้าตาก็อัปลักษณ์และน่าเกลียดในระหว่างที่เขากำลังสนใจแต่งงานเธอจึงได้ทำความรู้จักกับเทพแห่งสงครามที่มีหน้าตาที่หล่อเหลาและดีกว่าเทพแห่งการชั่งไหนไหน ซึ้งหลังจากนนั้นเธอก็ได้หลับนอนกับเทพแห่งสงครามและได้มีลูกเป็นองค์กามเทพและตั้งชื่อว่าอีรอสซึ่งในประวัติศาสตร์ยังได้กล่าวไว้อีกว่าเทพอีรอสหรือองค์กามเทพเป็นเทพที่เด็กที่สุดและเป็นเทพที่ซุกซนและมักจะแกล้งคนในโลกมากที่สุดดังนั้นทุกคนจึงเรียกองค์กามเทพว่าเทพที่ป่วนที่สุดในสวรรค์

เทพอีรอสหรือองค์กามเทพชอบสอนขนาดใหญ่ที่มีพลังมากของเทพApolloหลังจากนั้นองค์กามเทพก็ได้ขอลูกธนูและคันธนูมาเล่นแต่เนื่องจากเป็นอาวุธที่ทรงพลังมากเทพApolloจึงปฏิเสธหลังจากนั้นคิวปิดจึงบินไปหาสามีที่แท้จริงของเทพแห่งความงามและขอให้เขาทำธนูและคันธนูให้ซึ่งหลังจากนั้นสามีที่แท้จริงของเทพแห่งความงามก็ทำธนูให้จนสำเร็จและหลังจากนั้นเมื่อเขายิงธนูมันก็จบไปที่โลกมนุษย์ในเมื่อไปโดนมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังอยู่ด้วยกันทั้งสองก็ตกหลุมรักกันเขาจึงรู้ว่าเขามีความสามารถทางด้านนี้และถูกแต่งตั้งให้กลายเป็นกามเทพ

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Gclub ฝากขั้นต่ํา 100

Close Up Style หนึ่งในเทคนิคถ่ายภาพ Portrait ให้ชัด

เราคงเคยเห็นกันมาบ้างแล้วล่ะว่าการถ่ายภาพ Portrait นั้นก็มีหลายต่อหลายแนวเช่นกัน ซึ่งมันจะเป็นการแบ่งย่อยออกไปเยอะมากเลยล่ะ พูดไม่หมดเลย แต่หลักๆแล้วในแบบทั่วไปก็จะมีการเน้นเรื่องจุดโฟกัสไปที่ดวงตานั้นแหละ ก็เพียงพอทำให้ภาพนั้นกลายเป็นภาพ Portrait ที่ดีแล้ว

แต่ก็จะมีแนวที่เรียกว่าไม่ได้เน้นที่ดวงตาก็มีนะ ซึ่งผมจะไม่พูดถึงละกัน เพราะเน้นตรงไหน ก็ไปโฟกัสตรงนั้นแหละ จบ แต่มีการถ่าย Portrait แบบนึง ที่มีความพิเศษเรื่องเทคนิคการถ่ายภาพสักหน่อย นั้นคือแบบที่เรียกว่า Close up นั้นเอง เป็นการถ่ายแบบ Portrait นะ ไม่ใช่การถ่าย Macro สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน การถ่ายแบบ Close up คือการถ่ายให้นางแบบนั้นอยู่เต็มกรอบ หรือเกือบเต็มเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นมุมไหนก็ตาม ส่วมมากแล้วจะเห็นการถ่ายแบบมุมเฉียงด้านบน หรือจะมีแบบว่า Close up เห็นกันเพียงใบหน้าก็มีนะ ซึ่งการถ่ายแบบนี้ก็ใช้การโฟกัสที่ดวงตาเหมือนเดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือการปรับค่ารูรับแสงให้เหมาะสมนั้นเอง

ค่ารูรับแสงนั้นเป็นตัวกำหนดตัวค่าความชัดลึกชัดตื้นอย่างที่รูกันดี เพราะฉะนั้นแล้วการถ่ายภาพที่ใกล้มากๆนั้น ทำให้เกิดความบางของระยะชัดลึกชัดตื้น ที่จะยิ่งบ้างขึ้นเรื่อยๆเมื่อเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆนั้นเอง แล้วจุดนี้เองที่เป็นปัญหาสำคัญของเหล่านักถ่าย Close up เพราะว่าถ้าเราไม่ปรับรูรับแสงไปด้วยนั้น การที่โฟกัสตา อาจจะทำให้ ปาก หู จมูก นั้นเบลอตามไปด้วยนั้นเอง แล้วนี่ไม่ใช่การถ่ายถาพ Portrait ที่ดีแน่นอน

เพราะเราต้องการให้ชัดทั้งใบหน้าเพื่อสื่อสิ่งที่นางแบบอยากจะสื่อให้มากที่สุด ถ้าใช้เลนส์ระดับโหดมากๆละก็ จะยิ่งกว่านั้นอีก พวกค่ารูรับแสง f 0.95 นี่ต้องขอบอกเลยว่า โฟกัสตา ขาตาไม่ยังเบลอเลย!!!! ซึ่งมันก็มากเกินไปนะแบบนี้ ดังนั้นแล้วการถ่ายภาพ Close up ต้องทำการปรับค่ารูรับแสงให้พอเหมาะกับการที่จะได้ความชัดทั้งใบหน้า อย่าได้ยึดติดกับความกว้างเด็ดขาด

เพราะเราอาจจะกลัวความเบลอหลังนั้นหายไป แล้วทำให้ภาพไม่สวย บอกเลยว่าแค่ปรับค่ารูรับแสงให้เพียงแค่หน้าชัด ไม่ทำให้ฉากหลังหายเบลอหรอก แม้แต่ผมยังเบลออยู่ด้วยซ้ำไปนะ ดังนั้นแล้วปรับเถอะ ปรับให้หน้าชัดทั้งหน้าไว้ก่อน แต่ก็ค่อยๆปรับล่ะ ถ้าหมุนไปซะแคบเลย ก็จะทำให้ภาพฉากหลังไม่เบลอแหละ ต้องเริ่มปรับจากทางกว้างแล้วค่อยลดไปเรื่อยๆจนได้ความชัดใบหน้าที่เราพอใจเป็นพอ จบปิ๊ง

 

 

สนับสนุนโดย  Gclub ดาวน์โหลด

การสร้างศิลปะในการแต่งรูปถ่าย

ในปัจจุบันการสร้างสรรค์งานศิลปะมีอยู่อย่างมากมาย และสิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากในยุคนี้ก็คือการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะผ่านรูปถ่ายหรือรูปภาพนั่นเอง ในอดีตนั้นการถ่ายรูปอาจจะเป็นการถ่ายเพื่อความสนุกสนามและเป็นงานอดิเรกที่นิยมทำกันบางครั้งบางคราวเท่านั้นแต่แตกต่างกันกับในยุคปัจจุบันเพราะการถ่ายรูปในปัจจุบันนั้นสามารถสร้างรายได้ให้กับคนที่ถ่ายรูปเป็นอาชีพนั้นได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว

และในปัจจุบันการถ่ายรูปไม่ใช่เพียงการถ่ายรูปแล้วจบไปเท่านั้นแต่เป็นการถ่ายเพื่อเอาไปแต่งสีหรือที่เรียกว่าแต่งรูปให้รูปมีสีสันที่สวยงามและสามารถดึกดูตาผู้คนที่พบเห็นรูปถ่ายนี้ได้มากขึ้นนั่นเอง

เมื่อมีการแต่งรูปจึงเป็นที่มาของการสร้างสรรค์ผลงานผ่านทางรูปถ่ายนั่นเอง โดยในอดีตนั้นจะนิยมรูปถ่ายที่มีการจบหลังกล้อง คนที่สามารถถ่ายรูปได้สวยวามต้องเป็นรูปถ่ายทุถ่ายและสวยเลยไม่มีการตกแต่งรูปภาพแต่งอย่างใด แต่ในปัจจุบันนี้นั้นการถ่ายรูปไม่ใช่สิ่งที่สำคัญอีกต่อไปแล้วเพราะสิ่งที่สำคัญก็คือการแต่งรูปและทำให้รู้นั้นมีความน่าสนใจแตกต่างออกไปจากรูปถ่ายหลังกล้องที่ไม่มีการแต่งรูปใดๆนั่นเอง

ยิ่งรูปมีสีสันน่าสนใจก็ทำให้ได้รับความนิยมจากผู้ชมรูปถ่ายหรือผู้ที่พบเห็นนั่นเอง จึงทำให้ในปัจจุบันมีหลายคนมากที่ผันตัวจากอาชีพอื่นๆและมาทำอาชีพเป็นตากล้องในการถ่ายรูปอย่างเต็มตัวมากมาย

ศิลปะที่ใช้ในการสร้างสรรค์และถ่ายทอดออกมาผ่านรูปถ่ายนั้นจะต้องมีการคิดและในช่างภาพบางคนนั้นก็มีการคิดจนตกผลึกได้ว่า รูปถ่ายแนวนี้แต่งรูปแบบนี้จะสามารถทำให้รูปนั้นดูหน้าสนใจขึ้นมาได้นั่นเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นช่างภาพส่วนใญ่นั้นก็จะมีสไตล์หรือมุมมองที่แตกต่างกันไปจึงเป็นที่มาของการเลือกช่างภาะในการถ่ายรูปวานพิธีการสำคัญต่างๆนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นงานแต่ง งานรับปปริญาไปถึงงานวันเกิดก็มีเยอะมาก

และอาจจะสังเกตได้ว่าช่างภาพส่วนใหญ่บางคนทำไมงานเยอะบางคนทำไมงานน้อย เป็นเพราะว่าการสร้างสรรค์งานศิลปะผ่านการถ่ายและแต่งภาพนั้นของแต่ละคนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงนั่นเอง และช่างภาพที่งานเยอะอาจจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ดีและโดนใจคนจำนวนมากกว่านั่นเอง 

ทั้งนี้ทั้งนั้นการมองตลาดของผู้บริโภคหรือคนจ้างงานออกเป็นเรื่องที่เด็ดขาดมาก จะต้องศึกษาและดูว่าการสร้างสรรค์แบบไหนนั้นเป็นการสร้างสรรค์ที่ถูกใจผู้บริโภค เพราะในบางครั้งสิ่งที่ช่างภาพได้สร้างสรรค์นั้นอาจจะเป็นเพียงมุมมองของช่างภาพเพียงคนเดียวดังนั้นแล้วการที่จะสามารถพัฒนาให้ช่างภาพสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่ดีได้นั้นก็อาจจะต้องใช้เวลาในการกาจุดลงตัวที่สร้างสรรค์ให้โดนใจผู้บริโภคนั่นเอง

 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนันบอลออนไลน์

วัฒนธรรมจีน

ประเทศจีนนั้นถือว่าเป็นประเทศที่มีการก่อตั้งมาอย่างช้านานย่อมแน่นอนว่าวัฒนธรรมต่างๆนั้นก็ได้มีการสืบทอดต่อเนื่องมาจากรุ่นสู่รุ่นจากบรรพบุรุษมายังคนรุ่นปัจจุบัน ถึงแม้โลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปแต่วัฒนธรรมที่มีการสืบต่อกันมานั้นบงอย่างอาจจะเปลี่ยนไปและบางอย่างอาจจะคงเดิมและยังคงมีการทำตามต่อไปยังอนาคตและมีการสืบต่อไปในชั่วลูกชั่วหลานนั่นเอง

วัฒนธรรมของจีนส่วนมากแล้วนั้นจะเป็นการสืบทดกันมาและวัฒนธรรมก็จะเน้นไปทางด้านความเชื่อของคนในสมัยก่อน ถึงแม้โลกจะมีการเปลี่ยนไปไปอย่างไร คนจีนก็ยังเชื่อว่า การทำสิ่งต่างๆที่เป็นวัฒนธรรมหรือความเชื่อนั้นก็ยังคงอยู่และยังคงมีการสืบทอดกันต่อมาเรื่อย ยกตวอย่างเช่น ขณะที่รับประทานอาหารบนโต๊ะ วัฒนธรรมของคนจีนคือห้ามปักตะเกียบลงบนชามข้างนั่นเอง เพราะคนจีนเชื่อว่าการกระทำในลักษณะแบบนี้นั้นเป็นเหมือนการปักธูปในกระถางธูปนั่นเองเหมือนการไหว้คนตาย และสิ่งที่คนจีนนั้นให้ความสำคัญและระวังอย่างยิ่งคือการตักข้างให้คนอื่นแล้วมีการปักตะเกียบในลักษณะนี้นั้นในชามข้าวที่ตักให้ จะถือว่าผู้ที่ตักข้าวและปักตะเกียบในลักษณะนี้นั้นเป็นการสาปแช่งอีกฝ่ายว่าตายนั่นเอง

วัฒนธรรมและความเชื่อในการให้ของขวัญในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่นวันเกิดเป็นต้น  คนจีนนั้นมักจะไม่มีการมอบนาฬิกาหรือหนังสือเป็นของขวัญสำหรับวันพิเศษ เพราะเนื่องจากการให้นาฬิกาในภาษจีนกลางนั้นมีความหมายคล้ายกับประโยคที่ออกเสียงและแปลว่า มาร่วมงานศพหรือมางานศพนั่นเอง และการให้หนังสือก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมอบให้คนจีนในโอกาสต่างๆเช่นกัน เนื่องจากประโยคในภาษาจีนกลางนั้น

จะมีการออกเสียงหรือความหมายคำว่าให้หนังสือนั้นแปลว่าการส่งมอบความพ่ายแพ้ให้กับผู้รับเหมือนเป็นการตอกย้ำหรือขอให้พ่ายแพ้นั่นเองเพราะคำว่าซู ที่เป็นเสียงในภาษาจีนนั้นและที่แปลว่าหนังสือออกเสียงพ้องเสียงว่าซูเช่นกัน แต่จะแปลว่าความพ่ายแพ้นั่นเอง ดังนั้นแล้วหนังสือกับนาฬิกาตามวัฒนธรรมคนจีนแล้วนั้นจะไม่มอบให้กันในโอกาสพิเศษหรือโอกาสไหนก็ตามเพื่อเป็นการให้เกียรติอีกฝ่ายนั่นเอง

การดื่มเครื่องดื่มเพื่ออวยพรในงานต่างๆหรือโอกาสพิเศต่างๆนั้น วัฒนธรรมจีนจะต้องให้ผู้ที่มีอายุน้อยกว่าจะต้องถือแก้วเครื่องดื่มให้ต่ำกว่าผู้ใหญ่และให้แก้วของผู้ใหญ่นั้นอยู่สูงเหนือกว่าแก้วของเรา การกระทำเช่นนี้นั้นถือเป็นการให้เกียรติและแสดงความรพผู้ใหญ่นั่นเอง แต่ถ้าหากคนที่อายุน้อยกว่าแล้วถือแก้วสูงกว่าผู้ใหญ่ก็จะทำให้ผู้ใหญ่นั้นมองเราไม่ดีได้ ดังนั้นแล้วแม้จีนจะมีความซีเรียสในวัฒนธรรมที่มีมาอย่างช้านาน แต่ถ้าหากเราเรียนรู้และเข้าใจเราก็จะสามารถปรับตัวได้เมื่อเราได้ไปอยู่ที่ประเทศจีนหรือไปเที่ยวนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

รีโมทชัตเตอร์ทางไกล ของจำเป็นในกระเป๋ากล้อง

โอ้วเย้ นี่คือของสำคัญในใจผมเลย ไม่ว่าผมจะเล่นกล้องนานขนาดนี้แล้ว ไม่ว่าจะมีกระเป๋ากล้องมากี่ใบ หรือว่ามีกล้องรุ่นไหมมากี่รุ่น เจ้ารีโมทนี้ก็เป็นของสำคัญอย่างใหญ่หลวงของผมมากๆเลย จริงๆแล้วการเลือกเจ้ารีโมทชัตเตอร์นี้เป็นอะไรที่แรกๆก็ปวดหัวดีเหมือนกันนะ เพราะมันมีทั้งแบบสายและแบบไร้สาย

ซึ่งแต่ละแบบก็มีต้องของแท้ของเทียบอีก ของเทียบนี่ไม่ได้หมายความว่าของปลอมนะ มันแตกต่างกัน ของปลอมคือมันปลอมยี่ห้อของจริงมาแบบเปะๆ รวมถึงชื่อยี่ห้อด้วย แต่ภายในหรือวัสดุจะไม่ค่อยได้มาตรฐาน ใช้ได้ไม่นานนั้นเอง แต่กับของเทียบนี้ หมายถึงของยี่ห้ออื่นๆที่ทำขึ้นมาเพื่อให้ใช้ได้กับกล้องต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่าราคานั้นต่างกันมากๆ ของเทียบนั้นจริงๆก็มีทั้งแบบทนทานแล้วก็แบบเสียง่ายๆด้วยเช่นกัน ซึ่งก็ยังมีเรื่องของรีโมทแบบนี้ มีอยู่ในเลือกอีกสองแบบด้วย นั้นคือแบบสาย และแบบไร้สาย อันนี้ต้องดูตัวเองแล้วว่าอยากจะใช้งานแบบไหน ซึ่งมันมีข้อดีที่แตกต่างกันหน่อย

แบบสายนั้นถือเป็นเบสิคสุดๆของกล้องทุกยุคทุกสมัย มีมาอย่างยาวนานล่ะ แต่ในยุคดิจิตอลนี้ก็ได้มีการเพิ่มเทคโนโลยีต่างๆจนทำใหมันเป็นสายลั่นชัตเตอร์ที่ปรับค่าอะไรได้มากมายให้กับตัวกล้อง แต่ก็คือมีข้อเสียในการที่ต้องต่อสายกับกล้องด้วย ทำให้มีระยะของมันอยู่ และข้อดีแน่ๆเลยคือ มันไม่ต้องใช้ถ่าย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่เราจะไม่ต้องเสียเงินเพิ่มในการเปลี่ยนถ่าย เหมาะกับใคร

มันเหมาะกับการใช้งานเพิ่มไม่ให้เกิดการสั่นสะเทือนกล้อง เช่นการถ่ายภาพในที่แสงน้อยหรือถ่ายน้ำตกที่ไม่อยากให้กล้องขยับเลย แต่ว่ามันไม่ได้เหมาะกับการนำไปใช้ถ่ายคู่ หรือถ่ายเซลฟี่กันนะ เพราะว่าสายมันสั้นและแถมจะเห็นสายได้อย่างชัดเจนที่หน้ากล้องนั้นเอง ส่วนแบบไร้สายนั้น ก็ต้องบอกเลยว่าถูกสร้างมาเพื่อเอาไว้ถ่ายด้านหน้าเลยแหละ

เพราะว่าที่รับสัญญาณก็อยู่ด้านหน้าด้วยเช่นกัน แต่ก็นะ ยี่ห้อเทียบก็จะส่งสัญญาณไม่ได้ไกลมากนัก บางทีก็ต้องอดทนกดย้ำหน่อย เหมาะสำหรับการถ่ายรูปกับแฟนอย่างยิ่ง หรือกับวิวก็ได้ ทำให้ประหยัดเวลาในการถ่ายไปได้เยอะเลย เพราะว่าถ้าไม่พกของพวกนี้ละก็ ตอนที่ตั้งเวลาถ่ายนั้นจะทำให้เกิดการเสียเวลาอย่างมากอีกด้วย

แน่นอนว่าผมไม่ใช่สายถ่ายวิวจริงๆจังแบบนั้น เน้นเป็นการไปท่องเที่ยวกับแฟนแล้วถ่ายมากกว่า และบางครั้งก็ต้องการภาพคู่ การเลือกของผมก็ต้องเป็นแบบไร้สาย แล้วก็สามารถพกได้ง่ายๆเพราะมันทั้งเล็กทั้งเบา แถมถูกอีกด้วย

 

 

สนับสนุนโดย  เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

ภาพสะท้อนกระจกแบบหันข้างไม่มองกระจก

ภาพสะท้อนกระจกแบบหันข้างไม่มองกระจก หนึ่งในเทคนิคการถ่ายรูปกับกระจกให้น่าสนใจ

ภาพถ่ายเทคนิคสุดงาม ที่อาศัยการจัดกรอบเป็นหลักเพื่อให้ภาพดูมีอะไรมากขึ้น ภาพแนวนี้เป็นการถ่ายที่ต้องการการเซ็ตฉากเยอะๆหน่อย เพราะจริงๆแล้ว เราจะเห็นภาพที่ถ่ายด้วยเทคนิคนี้กับงานถ่ายแบบจ๋าๆเลย ซึ่งมันมีความเป็นการเซ็ตอย่างมาก เพราะฉะนั้นแล้วถ้าเกิดจากการถ่ายเล่นลงโซเชียลนั้นอาจจะดูโอเวอร์กันเกินไปซะหน่อย แต่ถ้าลงจริงๆแล้ว ก็ต้องบอกเลยว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจดีมากๆ

การถ่ายแนวนี้จำเป็นต้องมีการใช้เทคนิคด้านการแต่งภาพด้วยนะ  เพื่อให้ภาพดูออกมาเป็นแนวถ่ายแบบจริงจัง ก็แล้วแต่คนแหละ เอาเป็นว่าภาพสไตล์นี้ไม่ค่อยมีคนถ่ายลงโซเชียลละกัน ถ้าอยากจะเป็นคนริเริ่มความแปลกใหม่ ก็จัดได้เลย ระวังถ้าถ่ายออกมาได้ดีจัด จะทำให้คนอื่นนึกว่าเป็นการถ่ายงาน แล้วมาจ้างได้นะ ฮ่าๆ

การถ่ายแบบนี้นั้น เราจจะเน้นไปทุกส่วนของภาพเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่ตัวแบบเหมือนอย่างเทคนิคอื่น ร่วมทั้งจุดสนใจภาพนั้นจะถูกกระจายออกไปทั่วกรอบของภาพ ทำให้เราต้องคิดเยอะทั้งภาพเลยล่ะ อย่างแรกคือ พนังที่ใช้ติดกระจกนี้ ต้องเป็นผนังที่สวยหรือมีความเข้ากับโจทย์และตีมของการถ่ายภาพ ต้องเข้ากับขอบกระจกและชุดของตัวแบบด้วย ฉะนั้นแล้วแค่ผนังก็ยากที่จะหาได้แล้วล่ะ ส่วนมากที่จะพร้อมถ่ายได้คงต้องเป็นสตูดิโอที่เขาจัดมุมถ่ายไว้แล้วซะมากกว่า ผนังต้องมีความไม่ธรรมดา ทั้งสีและรวดราย เอาเป็นว่าไม่ใช่ผนังบ้านปกติที่เราอยู่หรอก

ต่อมาก็กระจก ต้องมีขอบกระจกที่เหมาะกับผนังอย่างมาก ทั้งรูปแบบและเฉดสีต้องพอดีกัน ไม่ใช่ไปคนละทาง ที่ยากอีกอย่างก็คือเงาสะท้อนในกระจกเงา ที่เป็นฉากด้านหลังนั้น จะต้องมีเฉดโทนและรูปแบบเข้ากับผนังติดกระจกด้วยเช่นกัน ทำให้เป็นเหมือนโลกอีกใบที่เหมือนกัน ดั่งโลกคู่ขนานนั้นเอง สุดท้ายแล้วตัวแบบต้อง จัดองค์ทรงเครื่องให้ได้เข้ากับโจทย์ด้วยเช่นกัน

จากนั้นแล้วก็ยืนหน้ากระจกได้เลย ให้เห็นทั้งตัวแบบจริงและตัวแบบสะท้อนอย่างชัดเจน จากนั้นแล้วก็เป็นเรื่องไม่ยากนักล่ะ ก็เพียงแค่หามุมมองที่ไม่ได้มองในกระจก และตากล้องต้องดูให้แน่ใจว่าเป็นมุมที่ตัวแบบดูสวย สิ่งสำคัญอีกอย่างของภาพสไตล์นี้คือ ต้องใช้ค่ารูรับแสงที่มากพอทำให้ภาพชัดทุกส่วน จะแสดงถึงความเป็นโลกคู่ขนานได้ดี สุดท้ายที่ตัวตากล้องควรคำนึง ก็คือการจัดกรอบให้พอดี ซึ่งอันนี้จะเน้นทั้งภาพ ดังนั้นแล้วต้องให้ความสำคัญทั้งภาพด้วย

 

ขอบคุณ  Gclub ฟรี 100  ที่ให้การสนับสนุน

การกินเจ

 เทศกาลกินเจ เป็นเทศกาลของคนจีน เเต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะคนไทยอย่างเราก็มีเชื้อสายจีน โดยเทศกาลกินเจนั้นจะเริ่มในเดือนตุลาคุมเป็นต้นไป เทศกาลถือศีลกินเจคือ ไม่กินเนื้อสัตว์ เเต่จะกินพวกมังสวิรัติเเทน โดยจะมีการล้างท้องก่อน การกินเจมีประโยชน์มาก เชื่อว่า หลายๆคนคงรู้อยู่เเล้ว การกินเจ เป็นการถือศีลทำบุญ ที่ไม่กินเนื้อสัตว์ กินเเต่ผัก

ซึ่งมันก็ได้บุญอย่างเเรง เพราะงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ลดการทำลายชีวิตของสัตว์ หันมากินผักเเต่ละชนิด เพื่อสุขภาพที่ดีของร่างกาย เเละการถือศีลทำบุญ ประโยชน์ของการกินเจ มีดังนี้ 

1.ทำไห้สุขภาพเเข็งเเรง การกินผักนั้นทำไห้สุขภาพเเข็งเเรง เเละเป็นการช่วยเหลือชีวิตสัตว์ต่างๆไห้พ้นจากความตาย

 2.ลดการตายของสัตว์ เช่น หมู เป็ด ไก่ เป็นต้น การกินเจ ถือว่าเป็นความเชื่อ เเละเป็นการทำบุญโดยพร้อมๆกัน การกินเนื้อสัตว์ ถือว่าเป็นบาปอย่างมาก เป็นความเชื่อของคนจีน คือ เหมือนกับวันทำบุญใหญ่นั่นเอง ในเทศกาลกินเจ คนจะหันมากินพวกผัก เเละพวกมังสวิรัติเเทนการกินเนื้อสัตว์ เป็นการทำความดีอย่างหนึ่ง การกินเจพร้อมๆกัน หลายสิบคน ก็เป็นการช่วยเหลือชีวิตสัตว์ที่กำลังจะถูกฆ่าได้อีกหลายๆตัวเลยทีเดียว 

3.เปรียบเสมือนการทำบุญช่วยสัตว์ต่างๆไห้พ้นจากความตาย ในการทำความดีนั้น ไม่ต้องรอเวลาเข้าวัดอย่างเดียว ไม่ว่าจะคนจีนหรือคนไทย การทำบุญในเทศกาลกินเจนั้น ก็จะเป็นพวกทำอาหารเจขายก็ได้ ก็ได้บุญเหมือนกัน เเต่การที่เรากินเเต่ผักในเทศกาล ก็เป็นการช่วยชีวิตสัตว์ที่รอการถูกฆ่า ไห้รอดปลอดภัย ไม่มากก็น้อย 

4.เป็นการทำบุญ ทุกคนอาจจะยังไม่รู้เท่าไหร่นักว่ามันเป็นการทำบุญอย่างไร เพราะคงจะคิดว่าเทศกาลกินเจนั้น คงจะมีเเค่กินผัก รักสุขภาพอย่างเดียว สำหรับการกินเจนั้น มันได้อะไรกว่าที่คิด เพราะจะมีวิธีการกินเจอย่างไรไห้ได้บุญเยอะ

 การทำบุญในเทศกาลกินเจนั้นมีหลากหลาย เช่น การทำบุญไถ่ชีวิตสัตว์ต่างๆ การทำโรงทานเเจกอาหารเจ การกินผัก เเละไม่กินเนื้อสัตว์ โดยที่ไม่คิดถึงเนื้อสัตว์เลย ใครทำได้ ถือว่าได้บุญล้นหลามสุดๆ สำหรับเทศกาลกินเจนั้น มันการถือศีลกินผัก การกินผักนั้น ถือว่า เป็นการช่วยเหลือชีวิตสัตว์ต่างๆไห้พ้นจากความตาย โดยที่เรานั้น ช่วยเหลือพวกสัตว์ต่างๆโดยการกินผัก เเละถือศีลภาวนา ทำบุญในโรงทานเเละร่วมงานทำบุญของจีนต่างๆในช่วงเทศกาลกินเจ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ 100

การถ่ายภาพโดยการตั้งเป้าหมาย

ถ้าหากว่าเราเคยมีความตั้งใจจะทำอะไรบางอย่างแปลว่าเรานั้นต้องมีการวางแผนใช่หรือไม่ และนอกเหนือจากนั้นแล้วต่อให้วางแผนสมบูรณ์แบบอย่างไร ถ้าหากเราไม่รู้ว่าสิ่งที่เรากำลังจะทำอยู่ทำไปทำไม ทำไปเพื่ออะไร

สิ่งๆ นั้นที่เราตั้งใจทำมาอาจจะล้มเหลว และไม่สำเร็จตามที่คาดหวังเอาไว้ การตั้งคำถามว่าเราจะทำไปทำไม หรือทำไปเพื่ออะไรนั้นคือ การตั้งเป้าหมาย เพราะการที่เรามีเป้าหมายนั้นเหมือนเป็นแรงขับเคลื่อนที่จะช่วยกระตุ้นให้เราทำเพื่อสิ่งๆ

นั้นให้สำเร็จ ไม่ว่าเป้าหมายนั้นจะสูงหรือไม่ก็ตาม เช่นเดียวกับเรื่องที่เราจะมานำเสนอในบทความนี้คือ การถ่ายภาพโดยการตั้งเป้าหมาย หลายคนต่างก็เคยสงสัยกันนะว่า การถ่ายต้องมีเป้าหมายด้วยอย่างนั้นเหรอ ก็แค่มีกล้องแล้วก็กดถ่าย ก็จบ แล้วคุณว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ นั้นเหรอ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบการถ่ายภาพ และอย่างจะสร้างจุดเด่นหรือความสามารถพิเศษทางด้านการถ่ายภาพขึ้นแล้วให้กับตัวเอง

นั้นคือคุณจะต้องมีเป้าหมาย ลองตั้งคำถามกับตัวเองทุกๆ ครั้งว่าตัวเองนั้นต้องการถ่ายภาพไปเพื่ออะไร เป้าหมายพื้นฐานของผู้ที่เริ่มการถ่ายภาพเลยก็อย่างเช่น อยากถ่ายภาพให้สวยมากขึ้น อยากนำไปสร้างอาชีพ หรืออยากเรียนต่อในสาขาวิชานี้ในสถาบันการศึกษาจึงต้องเรียนรู้มัน เป็นต้น ในความเป็นจริงแล้วนั้นมีเป้าหมายมากมายเลยที่เป็นเหตุผลอยากให้คุณลุกขึ้นมาหยิบกล้องแล้วออกไปถ่ายภาพ ว่ากันว่า

ถ้าเราไม่มีเป้าหมายในการถ่ายภาพ หรือแม้จะทำอะไรสักอย่าง ในที่สุดแล้วจะล้มเหลว ซึ่งนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่อง เพราะจะไม่รู้เลยว่าเราทำมันไปทำไม สุดท้ายแล้วคุณอาจจะคิดได้ว่ามันเสียชะมัดที่เอาเวลาที่ควรทำอย่างอื่นมาทำสิ่งๆ หนึ่งที่คุณไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่ออะไรกันแน่ เพราะแบบนี้ไงเราถึงต้องมีเป้าหมาย

ยิ่งการถ่ายภาพก็เหมือนกัน บางคนเมื่อไม่รู้ว่าจะทำไปเพื่ออะไร ก็มองว่ามันไม่มีประโยชน์เสียด้วยซ้ำ การตั้งเป้าหมายได้มีไว้ให้แค่สำหรับคนที่มือใหม่อย่างเดียวหรอกนะ คุณรู้หรือไม่ว่าในช่างภาพมืออาชีพเองนั้นเขาก็มีเป้าหมายเช่นเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าเขาได้ไปยืนอยู่ในจุดมืออาชีพแล้วทุกอย่างจะราบรื่นเสมอไป ต้องถามกลับนะว่าการเป็นมืออาชีพใช่เป้าหมายสูงสุดของเขาหรือไม่ แท้จริงแล้วเขาต้องการสิ่งใดถึงทำมันมาเรื่อยๆ การที่จะถ่ายภาพสวยๆ ให้คนอื่นยอมรับนั้นเป็นเรื่องยากก็จริง แต่ถ้าหากคุณตั้งใจทำมันด้วยความตั้งใจจริง และมีเป้าหมายอย่างแน่วแน่แล้ว เชื่อเถอะว่าคุณจะทำมันสำเร็จ และไม่เสียเวลาเปล่าอีกด้วย

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ole777

ครีเอทีน โปรตีนแนวใหม่สำหรับคนรักสุขภาพ

คนที่อยากมีกล้ามสวยๆเป็นมัดๆต้องห้ามพลาด “ครีเอทีน”ซึ่ง เป็นโปรตีนที่สามารถเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้มีสมรรถภาพ ยิ่งนักวิ่ง นักฟิตเนสแล้วด้วยควรรีบหามาลองโดยด่วน ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด

ประโยชน์ของครีเอทีนมีอะไรบ้าง

ข้อดีแรกของครีเอทีนคือช่วยเสริมสร้างเพิ่มพลังให้กล้ามเนื้อของเราพร้อมทำงานมากยิ่งขึ้น ใครๆก็รู้ว่าโปรตีนกล้ามเนื้อเป็นส่วนโครงสร้างและการทำงานหลักของร่างกาย จะเดินจะเหินหรือออกกำลังกายถ้าทำให้เจ้าตัวกล้ามเนื้อมีพลังแล้วหละก็ร่างกายจะเหมือนเกิดใหม่อีกครั้ง

ประโยชน์ข้อที่สอง ใครที่อยากมีกล้ามชัดๆต้องรู้เอาไว้นั่นก็คือ “ครีเอทีนช่วยให้กล้ามเนื้อโตได้เร็วขึ้น” ด้วยเพราะเจ้าโปรตีนพิเศษนี้มาพร้อมกับความสามารถในการเพิ่มความอิ่มน้ำให้กับเซลล์ แน่นอนว่าองค์ประกอบเล็กๆของกล้ามเนื้อก้อนโตย่อมประกอบได้ด้วยเซลล์เล็กๆจำนวนนับล้าน เมื่อเซลล์เต็มอิ่มไปด้วยน้ำ กล้ามเนื้อของเราก็จะเจริญเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ไม้ตายตัวสุดท้ายของครีเอทีนก็คือ ช่วยเพิ่มการทำงานในการสื่อสารกันระหว่างเซลล์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หลายคนอาจสงสัยแล้วมันจะช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อได้อย่างไร ง่ายๆเลยก็คือ ในแต่ละวันที่เราใช้งานกล้ามเนื้อทั้งเดิน วิ่ง หรือแม้กระทั่งการออกกำลังกาย กล้ามเนื้อของเราจะมีการเสื่อมสภาพอยู่ในระดับหนึ่งแล้วร่างกายจะมีกลไกในการซ่อมแซม ยิ่งถ้าได้ครีเอทีนเสริมเข้าไปด้วยจะทำให้การรักษาของร่างกายทำงานได้เร็วยิ่งขึ้น กล้ามเนื้อของเราสามารถสร้างได้เร็วขึ้น

 

ประโยชน์ของครีเอทีนมีมากมายขนาดนี้แล้วจะหากินได้จากอาหารประเภทใดบ้าง

พวกสัตว์เนื้อแดง ของดีที่ใครๆก็กินได้ เนื้อไก่และเนื้อหมูเป็นอาหารพื้นฐานที่ทุกคนต้องรู้จัก ไปตลาดนัดข้างบ้านก็ซื้อได้แล้ว ราคาเบาสบายกระเป๋าแต่เต็มไปด้วยโปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกายและครีเอทีนก็เป็นหนึ่งในนั้น จะเห็นว่านักเพาะกายส่วนใหญ่จะต้องพกอกไก่ต้มหรือไก่ปั่นเป็นไอเท็มประจำตัวเพราะมันเพิ่มมวลกล้ามเนื้ออย่างเห็นได้ชัด

สำหรับคนที่มีเงินหน่อย สามารถหาซื้อครีเอทีนแบบผงมารับประทานได้ แต่ควรศึกษาวิธีการกินให้ละเอียดจากผู้ผลิต อีกอย่างการกินในปริมาณที่มากเกินก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ควรกำหนดให้อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะตามที่ร่างกายต้องการ 

“ไม่ใช่ว่ากินครีเอทีนอย่างเดียวแล้วจะมีกล้ามเลยนะคุณ…ต้องออกกำลังกายด้วย มิเช่นนั้นคุณจะบวมเป็นโอ่ง”

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ruay

ความเป็นมารองเท้าแบรนด์ Nike

วันนี้เว็บ  คาสิโนออนไลน์ฝากไม่มีขั้นต่ำ  เรามาทำความรู้จักกับแบรนด์ Nike กัน

Nike เป็นยี่ห้อที่จะผลิตเครื่องไม้เครื่องมือทุกจำพวกที่เกี่ยวเนื่องกับการกีฬา มิได้เน้นที่รองเท้าสิ่งเดียวเท่านั้น เดิมที Nike เริ่มมาจากธุรกิจขายรองเท้าก่อน ก่อนการมาเริ่มผลิตอุปกรณ์ทางกีฬาอื่นๆจัดจำหน่ายจนกระทั่งเป็นยี่ห้อที่มีชื่อเสียงทั้งโลก และก็ถ้าหากย้อนจุดเริ่มแรกของ Nike นั้นก็จำเป็นต้องขอบอกว่า จุดกำเนิดมาจากผู้ชายสองคนซึ่งทั้งคู่เป็นเพื่อนกัน ชื่อ Bill Bowerman แล้วก็ชื่อ Phil Knight

 โดยแต่เดิมนั้น Bill มีอาชีพเป็นครูฝักสอนอยู่ที่มหาลัยแห่งหนึ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วน Phil นั้นเป็นนักกีฬานักวิ่ง จุดเริ่มแรกของการเป็นแบรนด์ Nike เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1964 ด้วยการที่เพื่อนสนิททั้งคู่นำเงินมารวมกันแล้วเปิดขายรองเท้าซึ่งเป็นสินค้านำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น ยี่ห้อ Onitsuka Tiger โดยเขาทั้งคู่ร่วมด้วยกันตั้งบริษัทขึ้นมาชื่อว่า บริษัท Blue Ribbon Sports เปิดเป็นร้านค้าขายรองเท้า  ซึ่งร้านของพวกเขาเป็นที่นิยมอย่างมาก กระทั่งสุดท้ายพวกเขาทั้งคู่ก็มีความคิดว่าพวกเขาควรผลิตรองเท้าของตนเองแทนที่จะนำเข้ามาขาย

 ด้วยเหตุนี้พวกเขาก็เลยยกเลิกการนำสินค้าเข้ารองเท้ายี่ห้อ Onitsuka Tigerแล้วจึงเปิดโรงงานทำรองเท้าของตน โดยใช้ยี่ห้อ Nike ที่มีโลโก้เป็นตัวเครื่องหมายถูก ซึ้งรู้จักกันในชื่อ Swoosh ซึ่งเวลานี้พวกเขายังคงใช้ชื่อบริษัทเป็นชื่อเดิม ก่อนจะมาแปลงชื่อบริษัทใหม่หลังจากบริษัท Blue Ribbon Sports มาเป็นชื่อบริษัท Nike อย่างในตอนนี้

 โดยมีการเปลี่ยนแปลงชื่อเมื่อปี ค.ศ. 1978 แล้วก็พวกเขาได้ทำรองเท้า nike ทีแรกในปี ค.ศ. 1971 ซึ่งธุรกิจการค้ารองเท้าผ้าใบมีการเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเพราะว่าพวกเขาจะเน้นย้ำให้ความใส่ใจกับคนที่สวมใสรองเท้าควรต้องใส่แล้วสบายเท้ารวมทั้งไม่เป็นอันตรายเมื่อสวมรองเท้าของเขา ซึ่งเมื่อกิจการค้าดียิ่งขึ้นเรื่อยพวกเขาก็เลยได้มีการเพิ่มตลาดจากที่เคยผลิตแต่รองเท้าสิ่งเดียวมาเป็นการผลิตเครื่องมืออื่นๆทางการกีฬาขายด้วย เป็นต้นว่า สโนว์กระดาน รถจักรยานเสือเทือกเขายิ่งกว่านั้นเขายังผลิตอุปกรณ์

ซึ่งสามารถวัดการเต้นของชีพจร ได้อีกด้วย นับวันสินค้ายี่ห้อ nike ยิ่งเป็นที่นิยมอย่างใหญ่โต นักกีฬาดังๆระดับนานาชาติต่างก็นิยมใช้รองเท้าแบรนด์นี้ทุกคน เช่น  Michael Jordan, Mia Hamm, Roger Federer, and Tiger Woods ต่างก็ใช้รองเท้ายี่ห้อ nike ร่วมกันทั้งหมด 

นอกนั้นเพื่อผู้คนทั้งโลกรู้จักแบรนด์ Nike กันเยอะขึ้นเรื่อยๆพวกเขาก็เลยลงทุนด้านการโฆษณาทำโปรโมท จนกระทั่งผลิตภัณฑ์ของ nike มีชื่อเสียง ซึ่งพวกเขายังได้ตกลงใจซื้อรองเท้าแบรนด์ดังยี่ห้ออื่นเพื่อเอาเมาเป็นบริษัทย่อยของตนอีกด้วย และยี่ห้อที่ซื้อเป็นบริษัทในเครือ อาทิเช่น converse และก็ Hurley