ประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลาม

     ประเพณีต่างๆในประเทศไทยเรานั้นส่วนใหญ่แล้วล้วนจะเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา

อาจจะเป็นเพราะคนไทยส่วนใหญ่นั้นนับถือศาสนาพุทธกันมานานตั้งแต่บรรพบุรุษ อีกทั้งยังเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับเรื่องของศาสนา เพราะความเชื่อต่างๆ รวมไปถึงวิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่ได้ทำสืบทอดกันมาอย่างยาวนานนั้นก็ล้วนจะเกี่ยวข้องกับศาสนาทั้งนั้นด้วย สำหรับ“ประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลาม”นั้นก็เป็นหนึ่งในประเพณีที่มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาเช่นกัน

       “ประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลาม” จัดได้ว่าเป็นประเพณีที่ทำสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษของชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา

โดยมีต้นกำเนิดมาจากชาวลาวเวียงที่ได้ทำการอพยพมาจากเมืองเวียงจันทน์แล้วเข้ามาปักหลักอาศัยอยู่ในอำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ในช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว หรือรัชกาลที่ 3 นั่นเอง เมื่อถึงช่วงฤดูของการเก็บเกี่ยวข้าวชาวบ้านก็จะพร้อมใจกันออกไปทำบุญโดยการนำเอาข้าวใหม่ที่มีกลิ่นหอม ด้วยการนำเอาข้าวใหม่นี้ไปทำเป็นข้าวหลามทำการเผาให้หอมสุกในกระบอกไม้ไผ่ 

โดยที่ในสมัยนั้นชาวบ้านจะนำข้าวหลามนี้ไปถวายแด่พระสงฆ์สามเณรที่วัดหนองบัวและวัดหนองแหน “ประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลาม” นั้นเกิดขึ้นจากความความศรัทธาที่มีต่อพุทธศาสนาของชาวลาวเวียง จัดขึ้นที่วัดสุวรรณคีรีบนเขาดงยาง โดยที่ บนยอดเขานั้นมีรอยพระพุทธบาทประทับอยู่ ชาวบ้านต่างได้พร้อมใจกันที่จะเดินเท้าเพื่อขึ้นไปทำการสักการะและปิดทอง ซึ่งต้องเดินเท้าผ่านป่าเป็นระยะทางประมาณ 5-6 กิโลเมตร โดยชาวบ้านนั้นจะเผาข้าวหลามกันวันขึ้น 14 ค่ำเดือน 3 เพื่อที่จะได้นำเอาไปถวายพระ อีกทั้งเพื่อเป็นเสบียงสำหรับการเดินเท้าขึ้นไปทำบุญบนยอดเขาในเช้าวันรุ่งขึ้น

ซึ่งจะตรงกับวันมาฆบูชาพอดีนั่นก็คือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 3 ในทุกปีนั่นเอง สิ่งที่โดดเด่นของประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลามนั้นก็คือ มีการเผาข้าวหลามที่จัดขึ้นโดยการให้ชุมชนต่างๆได้เข้าร่วมด้วยการนำเอาข้าวหลามของแต่ละชุมชนมาเผารวมในเตาเดียวกัน วางเรียงเป็นแนวยาว โดยถูกจัดให้เป็นเตาเผาข้าวหลามที่มีความยาวที่สุดในโลกนั่นเอง

 

อีกสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในประเพณีปัจจุบันของประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลามก็คือนอกจากการเผาข้าวหลามแล้ว ยังจัดให้มีกิจกรรมพิเศษอื่นๆภายในงาน ด้วยการเปิดให้เข้าชมพิพิธภัณฑ์เครื่องใช้พื้นบ้าน และมีกลุ่มนักเรียนมาบรรเลงดนตรีไทย รวมไปถึงจัดให้มีการออกร้านของชุมชน

        อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่า “ประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลาม” นั้นเป็นประเพณีที่น่าสนใจมากๆ และเป็นประเพณีหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาที่คนไทยให้การนับถือกันเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ว่าจะเป็นประเพณีไหนๆก็ตามหากประเพณีนั้นได้ทำให้ผู้คนในชุมชน หรือคนต่างถิ่นได้เดินทางมารวมกันเพื่อสร้างบุญกุศลหรือมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

จนเกิดเป็นแหล่งรวมน้ำใจไมตรีจิตที่ดีต่อกันก็แสดงให้เห็นว่าเราทุกคนนั้นสามัคคีปรองดอง และรักใคร่กันดี ประเพณีเช่นนี้ควรค่าแก่การสืบทอดเอาไว้เผื่อให้คนรุ่นหลังได้รู้จัก และเกิดเป็นความภูมิใจในประเพณีท้องถิ่น

 

สนับสนุนเรื่องราวดีๆจาก บาคาร่าขั้นต่ำ 10 บาท

จิตรกรรมไทยมีลักษณะแบบไหนบ้าง

จิตรกรรมของไทยนั้นเป็นภาพวาดที่ถูกเขียนขึ้นมาอย่างมีเอกลักษณ์ที่พิเศษตามฉบับรูปแบบความเป็นไทย

การสร้างเอกลักษณ์ให้กับผลงานนั้นถูกถ่ายทอดสืบมาทุกยุคทุกสมัยจนกลายเป็นประเพณี ลักษณะเด่นของจิตรกรรมไทยเน้นในเรื่องความรู้สึก รูปทรง รายละเอียดของเส้น และเสริมความสวยงามด้วยสีเพื่อให้เป็นที่สนใจมายิ่งขึ้น ในของเรื่องแสงและเงานั้นอาจจะมีให้พบบ้าง แต่ก็ไม่มาก ส่วนใหญ่ก็มักจะไม่นำเข้ามาใช้เลยเสียด้วยซ้ำ มาทำความรู้จักลักษณะของจิตรกรรมแบบไทยกันเลยดีกว่าว่ามีลักษณะแบบไหนบ้าง

จิตรกรรมแบบลายเส้น เป็นการลงลวดลายที่เกิดจากการขูดขีด ทำให้เกิดเป็นลวดลายเส้นด้วยการนำเอาความสวยงามจากธรรมชาติมาปรับแต่งด้วยการรังสรรค์จากจิตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ นี่จึงเป็นแนวคิดทางด้านความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์พิเศษของจิตรกรรมแบบไทย

จิตรกรรมแบบสีเดียว เป็นการออกแบบลวดลายหรือภาพวาดโดยมีการระบายสี

ที่ทำการระบายสีลงในลวดลายหรือภาพวาดเพียงสีเดียวเท่านั้น เพื่อความโดดเด่นและชัดเจน งานจิตรกรรมประเภทนี้มักจะพบเห็นได้จากภาพลายรดน้ำ ซึ่งเป็นงานที่ถูกสร้างขึ้นโดยการเขียนภาพที่ปิดด้วยทองคำเปลวไว้บนผิวยางรัก อย่างเช่น ตู้พระธรรม ที่เราสามารถพบเห็นได้ที่วัดหลายๆแห่ง เป็นต้น

จิตรกรรมแบบหลายสี เป็นงานที่ออกแบบลวดลาย หรือการเขียนภาพ ที่ระบายสี

แต่จะเป็นการลงสีให้กับลวดลายและภาพวาดด้วยหลากหลายสี เพื่อทำให้เห็นความชัดเจนของภาพและการสื่อความหมายของภาพนั้นออกมา เพราะการลงสีหลายๆสีนั้นอาจจะทำให้เห็นสิ่งที่จิตนาการนั้นถูกถ่ายทอดออกมาได้ดีกว่าลงสีเดียวทั้งภาพ เราสามารถเห็นจิตรกรรมแบบนี้ได้ที่ตามฝาผนังของวัดโบราณได้ หรือจะเป็นวัดที่พึ่งสร้างก็มีจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัยให้ได้เห็นเช่นเดียวกัน

จิตรกรรมของไทยนั้นมีมาแต่ช้านาน ในปัจจุบันน้อยคนหนักที่จะให้ความสนใจ ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

จึงมีการผสมผสานระหว่างอิทธิพลของจิตรกรรมจากตะวันตกและชาติอื่นๆเข้ามาประยุกต์ใช้ร่วมกับจิตรกรรมแบบไทย เพื่อให้มีความสนใจและดึงดูดใจมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะอย่างน้อยการได้รังสรรค์ตามจิตนาการนั้นเป็นความชอบส่วนบุคคล การที่ยังคงมีผู้คนให้ความสนใจในเรื่องของจิตรกรรมอยู่นั้นทำให้ทราบว่าจิตรกรรมไทยเรายังสามารถสืบทอดประเพณีไปยังคนรุ่นหลังๆได้ และด้วยนวัตกรรมใหม่ๆในปัจจุบันนั้นสามารถที่จะเก็บผลงานในสมัยโบราณเอาไว้ให้เราได้ศึกษาและดูต่อไปได้ เพื่อที่จะทำให้คงอยู่ต่อไป หาใครชอบในงานจิตรกรรมอย่าลืมลองไปเยี่ยมชมงานจิตรกรรมหลากหลายที่ในประเทศไทยกันดูนะคะ

 

สนับสนุนบทความโดย แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

ศิลปะในการออกแบบที่น่าสนใจ

ศิลปะในการออกแบบที่น่าสนใจ

พื้นที่ หนึ่งในองค์ปรกอบพื้นฐานของการออกแบบ

เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่เป็นพื้นฐานที่แอดวานซ์ขึ้นมาหน่อยเพราะว่าไม่ใช่นักออกแบบทุกคนที่จะใช้เรื่องของการเล่นกิมมิกการใช้พื่นที่ว่างๆในการงานแต่ต้องบอกเลยว่าใครที่มีความชำนาญในด้านนี้สามารถทำให้งานออกแบบนั้นสร้างความน่าสนใจขึ้นเยอะเลยล่ะจะกลายเป็นงานที่ดูแตกต่าง

และน่ามองขึ้นมาทันทีถึงแม้ว่าพื้นฐานเทคนิคนี้จะมีคนนำมาใช้ออกแบบเยอะจนเห็นได้ทั่วไปแล้วยิ่งในงานออกแบบที่นิยมใช้กันสุดๆก็คืองานออกแบบโลโก้นั้นเองที่จะใช้รูปทรงจาก

ข้างๆบีบให้เกิดช่องว่าที่ดูมีความหมายหรือเป็นอักษรตัวนึงนั้นเอง

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

การใช้พื้นที่ว่างนั้นต้องมีความเชียวชาญในด้านการใช้รูปทรงสูงขึ้นมาสักหน่อย

แล้วก็สามารถมองเป็นอีกสเต็ปได้เป็นการมองภาพขั้นที่สองนั้นเองถึงจะสามารถนำรูปทรงต่างๆมาสร้างเป็นพื้นที่ว่าที่มีความหมายต่อจากรูปทรงได้ข้างได้เป็นอย่างดีส่วนมากแล้วงานประเภทนี้ที่ว่าอยู่ในโลโก้นั้นก็จะมีเป็นแบบช่องว่างรูปตัวอักษรหรือช่องว่างรูปร่างของสิ่งของหรือสัตว์หรือคนแล้วก็จะเป็นงานสไตล์ minimal เป็นส่วนใหญ่

เพราะถ้าเป็นงานสไตล์ที่มีดีเทวเยอะๆอาจจะทำให้งานออกแบบช่องว่างนั้นดูออกได้ยากสักหน่อยแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีคนทำอะนะ

การใช้ช่องว่างนั้นเป็นงานออกแบบที่ท้าทายสำหรับหนักออกแบบเชิงสัญญาลักษณ์มากๆ

แต่ก็ต้องขอบอกเลยว่ามันเริ่มเยอะแล้วก็เกลือนตลาดอย่างมากเพราะฉนั้นนักออกแบบหน้าใหม่ๆหรือคนเก่าๆนั้นก็ควรจะลองออกนอกกรอบไปยังงานไตล์

ที่ไม่ใช่ minimal บ้าง เผื่อว่าจะปลดล็อคสไตล์ที่ยังไม่ค่อยเห็นงานแบบนี้บ้างถึงมันจะยากกว่ามากแต่ก็เป็นอะไรที่ท้าทายดีนะแล้วนักออกแบบคนไหนทำมันได้ดี

รับรองได้เลยว่า ต้องมีคนจ้างทำงานเพียบแน่ๆงานการใช้ช่องว่างให้เป็นประโยชน์สร้างความหมายได้เพิ่มเติมจะเป็นการประหยัดทั้งรูปทรงแล้วก็ทั้งเส้นไปมากเลย ทำให้ตัวงานออกแบบนั้นดูไม่เยอะเกินไปอีกด้วย

 

Johan Vermeer สุดยอดศิลปินเอกของโลก

อีกหนึ่งจิตรกรของโลกที่มาจากประเทศเนเธอร์แลนด์ และถือเป็นศิลปินที่เก่าแก่มากอีกคนนึง

ซึ่งศิลปินคนนี้ออกจะลึกลับซักหน่อย เพราะเขานั้นตอนที่เป็นศิลปินอยู่ที่บ้านเกิดเขาก็ไม่ได้โด่งดังอะไรมากนัก ผลงานของเขาค่อยมาโด่งดังตอนที่เขาจากโลกนี้ไปแล้ว ดังนั้นความที่เขาเป็นศิลปินที่อยู่แต่เพียงประเทศบ้านเกิดตัวเองนั้นทำให้ไม่ค่อยมีบันทึกเกี่ยวกับเขาที่ไหนเลย แล้วเขาก็มีครอบครัวอยู่ที่เมืองเกิดและอยู่ที่นั้น

ฝึกฝนศิลปะจิตรกรรมเพียงคนเดียวทั้งชีวิตเลยล่ะ

เขานั้นทุ่มเทให้กับงานจิตรกรรมของเขาได้อย่างประณีต ทำให้เขานั้นวาดรูปได้ค่อนข้างช้าแต่ก็เก็บรายละเอียดได้อย่างดีเยี่ยม เขานั้นเลยมีผลงานที่ไม่เยอะนัก แถมเขาก็มีอายุที่สั้นนัก เพียง 43 ปีเขาก็ได้จากโลกใบนี้ไปซะแล้ว ยังไม่ทันได้เชยชมชื่อเสียงจากงานจิตรกรรมของตัวเองเลย

 

จิตรกรคนนี้ ค่อนข้างอาภัพนักเชียว เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาตลอด 200 ปีมานี้

ผลงานของเขาถูกเข้าใจผิดว่าเป็นของคนอื่นทำให้ชื่อเสียงไม่เข้าถึงชื่อของเขาเลย แต่สุดท้ายก็โชคช่วยหน่อยที่เกิดเป็นงานวิจัยขึ้นมาของผลงานวาดภาพเหล่านั้น แล้วก็พิสูจน์ออกมาได้ว่า ผลงานเหล่านั้นเป็นของเฟอร์เมร์มากถึง 70 รูป แต่ก็ยังไม่ถูกยอมรับทั้งหมด ทุกวันนี้ถือว่าภาพเหล่านั้นเป็นผลงานของเขาเพียง 34 ภาพเท่านั้น และนั้นถึงเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับชื่อเสียงของเขา แล้วก็ได้ถูกยกย่องให้เป็นสุดยอดจิตรกรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนนึงของประเทศเนเธอร์แลนด์

ชื่อเสียงเหล่านั้นไม่ได้ได้มาเพียงรูปสวยหรอกนะ แต่ทุกภาพของเฟอร์เมร์นั้นมีเอกลักษณ์ของเขาที่เรียกได้ว่าทำได้โดดเด่นกว่าใครๆตรงเรืองการจัดแสง ว่ากันว่าเป็นการจัดแสงที่เหมือนความจริงมากที่สุดแล้ว ทำให้มีจิตรกรในยุคต่อจากเขาเรียนแบบวิธีการวาดแสงแบบนั้นขึ้นมาบ้าง ทำให้เกิดเป็นภาพที่มีชื่อเสียงต่อจากเขาอีกด้วย ด้วยความโดดเด่นด้านการใช้แสงตกกระทบที่เหมือนจริงนี้ทำให้รูปวาดของเขาส่วนมาจะมีหน้าต่างที่แสงรอดออกมา

ความเชียวชาญเฉพาะด้าน แนวทางการเป็นนักออกแบบที่ประสบความสำเร็จ

ความเชียวชาญเฉพาะด้าน แนวทางการเป็นนักออกแบบที่ประสบความสำเร็จ

เรื่องนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นเพียงส่วนประกอบก็จริง นักออกแบบหลายๆคนอาจจะไม่ได้คิดว่ามันเป็นสิ่งสำคัญเพราะว่าการที่มีพรแสวงนั้นก็น่าจะสามารถทำให้เขาทำได้ทุกอย่างแล้ว แต่นั้นเป็นดาบสองคม

ถ้าเกิดว่านักออกแบบเรียนรู้ทุกด้านแล้วก็พยายามทำให้เก่งทุกด้านนั้น จริงๆก็เป็นเรื่องที่ดีละนะ แต่ว่าถ้าใช้เวลากับการพัฒนาในทุกๆด้านมากเกินไป นักออกแบบก็จะไม่สามารถเก่งจนขั้นเชียวชาญในด้านใดด้านนึงเลย แล้วก็จะทำให้เป็นนักออกแบบที่โตช้ากว่าคนอื่นๆ แล้วก็จะเข้าข่ายเป็นนักออกแบบทั่วๆไปที่มีเต็มท้องตลาดแล้วก็จะต้องไปแย่งงานกัน

การที่ไม่เชียวชาญด้านใดด้านหนึ่งไปเลย ลองนึกภาพดูว่านักออกแบบคนนั้นจะมีเอกลักษณ์อะไรที่จะไปโดดเด่นมากกว่านักออกแบบคนอื่นที่มีอยู่มากมายในท้องตลาด

เพราะฉนั้นหลังจากที่นักออกแบบได้แสวงหาเรียนรู้อะไรมากมายจนครบทุกด้าน นักออกแบบคนนั้นก็ควรที่จะรู้ตัวเองได้แล้วว่าตัวเองขอบอะไรในส่วนการออกแบบบ้าง แล้วก็ทำมันให้เป็นเชียวชาญที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วก็หมั่นพัฒนามันขึ้นไปอีกเรื่อยๆ วันนึงสิ่งนั้นที่คุณหลงไหลก็จะกลายเป็นจุดขายของงานออกแบบของคุณ

ซึ่งตอนนั้นก็จะทำให้เป็นนักออกแบบที่แตกต่างจากท้องตลาดอย่างแน่นอน

ไม่จำเป็นต้องออกแรงวิ่งแข่งขันกับใครๆมากนัก งานออกแบบนั้นถือเป็นเรื่องยากในการทำตลาดเลยนะถ้าเกิดว่าขาดความเชียวาญเฉพาะด้านไป ต่อให้เก่งกาจรู้ทุกเรื่องแต่รู้แบบงูๆปลาๆก็อาจจะเป็นแค่คนคุมการออกแบบเฉยๆ

แล้วถ้าวันนึงรู้สึกได้ว่าสิ่งที่เราเชียวชาญที่สุดนั้นเริ่มทำให้เรามีเวลาพอที่จะหาสิ่งอื่นมาทำให้เชียวชาญเพิ่มขึ้น ก็ค่อยขยับขยายไปทีละก้าวอย่างมั่นคง แล้วกรอบของความเชียวชาญก็จะขยายใหญ่ขึ้นพอให้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ไปได้อีกขั้นนึงด้วย นี่แหละถึงจะเป็นความต้องการของตลาดการออกแบบจริงๆ

ความรู้ด้านงานศิลป์

ความรู้ด้านงานศิลป์

 

ศิลปะคือชีวิต

ศิลปะคือวิชาเรียนที่ทุกคนต่างเคยได้เรียนกันมาครั้งหนึ่งในชีวิตเราเข้าใจความหมายของศิลปะตรงกันคือ การกระทำที่มนุษย์แสดงออกมาซึ่งอารมณ์ความรู้สึกสร้างเป็นผลงานชิ้นหนึ่งเพื่อสะท้อนมุมมองในขณะนั้นของตนเองออกมา ในพจนานุกรมศัพท์ศิลปะฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2530

ได้นิยามความหมายของศิลปะเอาไว้ว่าศิลปะคือผลแห่งพลังความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ ที่แสดงออกในรูปลักษณ์ต่างๆให้ปรากฏซึ่งสุนทรียภาพความประทับใจ หรือ ความสะเทือนอารมณ์ ตามอัจฉริยภาพ พุทธิปัญญา ประสบการณ์ รสนิยมและทักษะของแต่ละคน เพื่อความพอใจ ความรื่นรมย์ แต่ทั้งนี้ศิลปะก็ยังคงเป็นคำที่มีความหมายที่กว้างซึ่งแล้วแต่ว่าตัวเราเองจะเลือกเข้าใจในความหมายใด

ศิลปะที่เราสัมผัสได้ในชีวิตประจำวันก็มีอยู่ทั่วไปมีทั้งแบบที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้เราจรรโลงใจ

โดยไม่ได้ตั้งราคาเพื่อหวังผลตอบแทนเป็นเม็ดเงินและแบบที่นำมาสร้างเป็นอาชีพเพื่อหารายได้ซึ่งทั้งสองแบบนั้นก็เป็นการให้มูลค่าของงานศิลปะที่แตกต่างกันออกไปโดยใช้เศรษฐศาสตร์เป็นตัววัดผลสำเร็จแต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องผิดอะไรที่จะมองว่าศิลปะเป็นอาชีพที่ทำเพื่อเลี้ยงชีพของตนแต่เพียงแค่การเลี้ยงชีพอาจจะไม่เพียงพอ เพราะมนุษย์ทุกคนรู้จักที่จะหาเลี้ยงชีพเป็นวิสัยอยู่แล้ว

หลายคนเข้าใจว่าศิลปะเป็นสิ่งที่มีเพียงศิลปินเท่านั้นที่จะสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้

 

อยากให้ลองทำเข้าใจในอีกมุมหนึ่งว่าการเป็นเป็นศิลปินไม่จำเป็นจะต้องวาดรูปเป็นสร้างแต่งานศิลปะเป็นเท่านั้นจึงจะเรียกว่าศิลปิน แต่ในแง่มุมนี้คือการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขใช้ชีวิตอย่างเข้าใจในชีวิต รู้จักที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างที่อาจารย์คามินเคยให้นิยามกับคำว่าศิลปะเอาไว้ว่า มนุษย์ทุกคนเป็นศิลปินและคนทุกคนก็กำลังทำงานศิลปะของตนเองอยู่ โดยการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าเป็นไปอย่างมีความสุข

เข้าใจในชีวิตของตน และสิ่งนี้เองที่ให้ความเป็นศิลปะที่มากกว่าศิลปะยิ่งขึ้นไปอีก เพราะถ้าเราไม่มีชีวิตศิลปะก็ไม่มีความหมายอะไร ในชีวิตเราถึงไม่มีศิลปะ ชีวิตก็ยังจะดำเนินต่อไปได้เสมอแต่ถ้าตัวเราเองไม่มีชีวิตศิลปะที่เกิดขึ้นจะมีประโยชน์ได้อย่างไร กล่าวก็คือการรู้จักคุณค่าในชีวิตของตนและเห็นคุณค่าในชีวิตของผู้อื่นด้วย นั้นถือเป็นศิลปะที่เราเองสร้างขึ้นได้

ศิลปะจริงๆแล้วไม่ใช่เพียงสิ่งถูกจารึกในประวัติศาสตร์ แต่มันคือการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า มีสติการทำให้ทุกวันเป็นศิลปะ โดยรู้จักที่จะทำความเข้าใจตัวตนของตนเอง และคนรอบข้าง

ศึกษาและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ จะทำให้เข้าใจในสัจธรรมที่แท้จริงการดำรงชีวิตในสังคมจะเป็นไปอย่างมีความสุขได้นั้นเริ่มที่การใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะ

ธาดา วาริช หนึ่งในช่างภาพชื่อดังของประเทศไทย

ธาดา วาริช หนึ่งในช่างภาพชื่อดังของประเทศไทย

 

ช่างภาพหัวนอกกรอบอีกคนนึงที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวงการการถ่ายภาพไปอย่างสิ้นเชิง โดยที่เขานั้นคือคนๆนึงที่ชอบในศิลปะเท่านั้นเอง

เข้าได้สร้างผลงานมากมายจนทุกคนต้องเคยเห็นกันบ่อยๆตามหน้าปกนิตยสารต่างๆที่เขานั้นเป็นคนถ่ายเกือบทุกเล่มทุกปกช่วงที่เขากำลังรุ่งสุดๆ

 

ประวัติของเขาจริงๆก็แค่เพียงคนที่ชอบศิลปะแต่ไม่ชอบแข่งขันทำให้เขาไม่อย่างเข้าเรียนสาขาที่เป็นพวกต้องจบออกไปแข่งขันกับใครมากนักต้องการอิสระเป็นเรื่องแรกก่อนแล้วเขาก็ติดใจการถ่ายภาพเนื่องจากมันรวดเร็วดีไม่ต้องมาค่อยๆวาด

 

 

 

เขานั้นได้เปิดตัวด้วยการถ่ายหน้าปกให้กับนิตยสารอิเมจนั้นเป็นเพราะความบังเอิญที่บรรณาธิการได้เห็นผลงานเขาแล้วก็ได้เรียกมาร่วมงานด้วยกัน

ซึ่งนั้นทำให้เขาได้โอกาสที่สำคัญมาไว้แล้วก็ได้ทำงานร่วมกับดาราหลายๆคนจนกลายเป็นช่างภาพที่มีชื่อเสียงอย่างมาก
แต่แล้วเขาก็รู้สึกว่าตัวเองนั้นมาถึงจุดตันเสียแล้วนั้นจึงทำให้เขาไปลุยสร้างประสบการณ์ใหม่ๆที่อเมริกา

เขาใช้เวลานอกเหนือจากการเรียนภาษาไปกับการฝึกถ่ายรูปและเรียนรู้อะไรใหม่ๆแล้วก็ถ่ายเก็บพอร์ตโฟลิโปเป็นผลงานไว้อย่างมากมายแต่แล้วเขาก็ต้องกลับมายังประเทศไทยเนื่องจากวิกฤตเครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรด
เขาจึงต้องหนีกลับเพื่อหนีสถานการณ์แบบนี้เป็นการจบการฝึกฝนที่อเมริกาตลอดสามปีของเขาลงไป


แต่เมื่อเขาได้กลับมาเขาก็คิดว่าพร้อมที่จะหางานช่างภาพใหม่ให้ตัวเองได้ทำงานที่ชอบต่อไปแล้วก็เกิดเป็นภาพในตำนานของเขาที่ทำให้เขาโด่งดังไปทั่วประเทศอย่างแท้จริงก็คือภาพปก ลูกเกด เมทินี นั้นทำให้เขากลายเป็นช่างภาพระดับแนวหน้าทันที
จุดเด่นของเขา ถ้าจะให้พูดจริงๆแล้ว

เขานั้นถ่ายภาพโดยไม่ชอบการเซ็ตอัพที่มากมายเพียงเพราะให้เกิดภาพที่สมบูรณ์แบบ

แต่เขานั้นชอบความไม่สมบูรณ์มากกว่าคือเขาจะดึงเสน่ห์ของนางแบบให้เข้ากับฉากหลังมากที่สุดทำให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติมากกว่าภาพแบบสมัยนั้นเป็นการสะท้อนความเป็นธรรมชาติของทุกสรรพสิ่งรอบตัวแบบ