วัฒนธรรมจีน

ประเทศจีนนั้นถือว่าเป็นประเทศที่มีการก่อตั้งมาอย่างช้านานย่อมแน่นอนว่าวัฒนธรรมต่างๆนั้นก็ได้มีการสืบทอดต่อเนื่องมาจากรุ่นสู่รุ่นจากบรรพบุรุษมายังคนรุ่นปัจจุบัน ถึงแม้โลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปแต่วัฒนธรรมที่มีการสืบต่อกันมานั้นบงอย่างอาจจะเปลี่ยนไปและบางอย่างอาจจะคงเดิมและยังคงมีการทำตามต่อไปยังอนาคตและมีการสืบต่อไปในชั่วลูกชั่วหลานนั่นเอง

วัฒนธรรมของจีนส่วนมากแล้วนั้นจะเป็นการสืบทดกันมาและวัฒนธรรมก็จะเน้นไปทางด้านความเชื่อของคนในสมัยก่อน ถึงแม้โลกจะมีการเปลี่ยนไปไปอย่างไร คนจีนก็ยังเชื่อว่า การทำสิ่งต่างๆที่เป็นวัฒนธรรมหรือความเชื่อนั้นก็ยังคงอยู่และยังคงมีการสืบทอดกันต่อมาเรื่อย ยกตวอย่างเช่น ขณะที่รับประทานอาหารบนโต๊ะ วัฒนธรรมของคนจีนคือห้ามปักตะเกียบลงบนชามข้างนั่นเอง เพราะคนจีนเชื่อว่าการกระทำในลักษณะแบบนี้นั้นเป็นเหมือนการปักธูปในกระถางธูปนั่นเองเหมือนการไหว้คนตาย และสิ่งที่คนจีนนั้นให้ความสำคัญและระวังอย่างยิ่งคือการตักข้างให้คนอื่นแล้วมีการปักตะเกียบในลักษณะนี้นั้นในชามข้าวที่ตักให้ จะถือว่าผู้ที่ตักข้าวและปักตะเกียบในลักษณะนี้นั้นเป็นการสาปแช่งอีกฝ่ายว่าตายนั่นเอง

วัฒนธรรมและความเชื่อในการให้ของขวัญในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่นวันเกิดเป็นต้น  คนจีนนั้นมักจะไม่มีการมอบนาฬิกาหรือหนังสือเป็นของขวัญสำหรับวันพิเศษ เพราะเนื่องจากการให้นาฬิกาในภาษจีนกลางนั้นมีความหมายคล้ายกับประโยคที่ออกเสียงและแปลว่า มาร่วมงานศพหรือมางานศพนั่นเอง และการให้หนังสือก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมอบให้คนจีนในโอกาสต่างๆเช่นกัน เนื่องจากประโยคในภาษาจีนกลางนั้น

จะมีการออกเสียงหรือความหมายคำว่าให้หนังสือนั้นแปลว่าการส่งมอบความพ่ายแพ้ให้กับผู้รับเหมือนเป็นการตอกย้ำหรือขอให้พ่ายแพ้นั่นเองเพราะคำว่าซู ที่เป็นเสียงในภาษาจีนนั้นและที่แปลว่าหนังสือออกเสียงพ้องเสียงว่าซูเช่นกัน แต่จะแปลว่าความพ่ายแพ้นั่นเอง ดังนั้นแล้วหนังสือกับนาฬิกาตามวัฒนธรรมคนจีนแล้วนั้นจะไม่มอบให้กันในโอกาสพิเศษหรือโอกาสไหนก็ตามเพื่อเป็นการให้เกียรติอีกฝ่ายนั่นเอง

การดื่มเครื่องดื่มเพื่ออวยพรในงานต่างๆหรือโอกาสพิเศต่างๆนั้น วัฒนธรรมจีนจะต้องให้ผู้ที่มีอายุน้อยกว่าจะต้องถือแก้วเครื่องดื่มให้ต่ำกว่าผู้ใหญ่และให้แก้วของผู้ใหญ่นั้นอยู่สูงเหนือกว่าแก้วของเรา การกระทำเช่นนี้นั้นถือเป็นการให้เกียรติและแสดงความรพผู้ใหญ่นั่นเอง แต่ถ้าหากคนที่อายุน้อยกว่าแล้วถือแก้วสูงกว่าผู้ใหญ่ก็จะทำให้ผู้ใหญ่นั้นมองเราไม่ดีได้ ดังนั้นแล้วแม้จีนจะมีความซีเรียสในวัฒนธรรมที่มีมาอย่างช้านาน แต่ถ้าหากเราเรียนรู้และเข้าใจเราก็จะสามารถปรับตัวได้เมื่อเราได้ไปอยู่ที่ประเทศจีนหรือไปเที่ยวนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

การกินเจ

 เทศกาลกินเจ เป็นเทศกาลของคนจีน เเต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะคนไทยอย่างเราก็มีเชื้อสายจีน โดยเทศกาลกินเจนั้นจะเริ่มในเดือนตุลาคุมเป็นต้นไป เทศกาลถือศีลกินเจคือ ไม่กินเนื้อสัตว์ เเต่จะกินพวกมังสวิรัติเเทน โดยจะมีการล้างท้องก่อน การกินเจมีประโยชน์มาก เชื่อว่า หลายๆคนคงรู้อยู่เเล้ว การกินเจ เป็นการถือศีลทำบุญ ที่ไม่กินเนื้อสัตว์ กินเเต่ผัก

ซึ่งมันก็ได้บุญอย่างเเรง เพราะงดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ลดการทำลายชีวิตของสัตว์ หันมากินผักเเต่ละชนิด เพื่อสุขภาพที่ดีของร่างกาย เเละการถือศีลทำบุญ ประโยชน์ของการกินเจ มีดังนี้ 

1.ทำไห้สุขภาพเเข็งเเรง การกินผักนั้นทำไห้สุขภาพเเข็งเเรง เเละเป็นการช่วยเหลือชีวิตสัตว์ต่างๆไห้พ้นจากความตาย

 2.ลดการตายของสัตว์ เช่น หมู เป็ด ไก่ เป็นต้น การกินเจ ถือว่าเป็นความเชื่อ เเละเป็นการทำบุญโดยพร้อมๆกัน การกินเนื้อสัตว์ ถือว่าเป็นบาปอย่างมาก เป็นความเชื่อของคนจีน คือ เหมือนกับวันทำบุญใหญ่นั่นเอง ในเทศกาลกินเจ คนจะหันมากินพวกผัก เเละพวกมังสวิรัติเเทนการกินเนื้อสัตว์ เป็นการทำความดีอย่างหนึ่ง การกินเจพร้อมๆกัน หลายสิบคน ก็เป็นการช่วยเหลือชีวิตสัตว์ที่กำลังจะถูกฆ่าได้อีกหลายๆตัวเลยทีเดียว 

3.เปรียบเสมือนการทำบุญช่วยสัตว์ต่างๆไห้พ้นจากความตาย ในการทำความดีนั้น ไม่ต้องรอเวลาเข้าวัดอย่างเดียว ไม่ว่าจะคนจีนหรือคนไทย การทำบุญในเทศกาลกินเจนั้น ก็จะเป็นพวกทำอาหารเจขายก็ได้ ก็ได้บุญเหมือนกัน เเต่การที่เรากินเเต่ผักในเทศกาล ก็เป็นการช่วยชีวิตสัตว์ที่รอการถูกฆ่า ไห้รอดปลอดภัย ไม่มากก็น้อย 

4.เป็นการทำบุญ ทุกคนอาจจะยังไม่รู้เท่าไหร่นักว่ามันเป็นการทำบุญอย่างไร เพราะคงจะคิดว่าเทศกาลกินเจนั้น คงจะมีเเค่กินผัก รักสุขภาพอย่างเดียว สำหรับการกินเจนั้น มันได้อะไรกว่าที่คิด เพราะจะมีวิธีการกินเจอย่างไรไห้ได้บุญเยอะ

 การทำบุญในเทศกาลกินเจนั้นมีหลากหลาย เช่น การทำบุญไถ่ชีวิตสัตว์ต่างๆ การทำโรงทานเเจกอาหารเจ การกินผัก เเละไม่กินเนื้อสัตว์ โดยที่ไม่คิดถึงเนื้อสัตว์เลย ใครทำได้ ถือว่าได้บุญล้นหลามสุดๆ สำหรับเทศกาลกินเจนั้น มันการถือศีลกินผัก การกินผักนั้น ถือว่า เป็นการช่วยเหลือชีวิตสัตว์ต่างๆไห้พ้นจากความตาย โดยที่เรานั้น ช่วยเหลือพวกสัตว์ต่างๆโดยการกินผัก เเละถือศีลภาวนา ทำบุญในโรงทานเเละร่วมงานทำบุญของจีนต่างๆในช่วงเทศกาลกินเจ

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ 100

ประเพณีของฝนด้วยกันใช้แมวดำ

          ที่ต้องมาพูดถึงประเพณีขอฝนในตอนนี้ทั้งที่ไม่ใช่หน้าฝนเพราะอยากให้ฝนตกเหลือเกิน เพื่อปัญหาฝุ่น PM2.5  หากมีฝนตกลงมาบ้างฝนคงจะช่วยชะล้างฝุ่นที่ลอยอยู่ภายในอากาศออกไปบ้าง เด็กๆหรือแม้แต่ผู้ใหญ่อย่างเราๆจะได้สามารถออกมาเดินนอกบ้านได้อย่างสบายใจไม่ต้องเดินแบบใส่หน้ากากอนามัยเพราะกลัวสูดฝุ่นเข้าไปในปอดแล้วจะมีอันตราย

ซึ่งหากฝนยังไม่ตกอยู่อย่างนี้ประเทศไทยคงถึงขั้นวิกฤตแน่ เพราะตอนนี้ตื่นเช้าขึ้นมาแทนที่จะพบกับอากาศที่สดใส แต่กลับเจอแต่หมอกคลุ้งเต็มท้องฟ้าไปหมด ซึ่งโรงเรียนหลายแห่งงดการเรียนการสอนไปเลยเพื่อความปลอดภัยของเด็กๆ

และบางที่ยังคงเปิดเรียนก็งดกิจกรรมหน้าเสาธง ดังนั้นเมื่อเราให้ฝนตกแล้วฝนไม่ตกจึงอยากให้ลองนำประเพณีเก่าแก่อย่างประเพณีของฝนมาใช้ดูเผื่อว่าจะสำเร็จทำให้ฝนตกลงมาปัดเป่าฝุ่น PM2.5 ให้พ้นไปจากประเทศไทยได้

สำหรับประเพณีของฝนนี้ปัจจุบันยังมีการทำกันอยู่บ้านแต่ไม่มากแล้ว

จะมีแต่ตามต่างจังหวัดและทำกันเฉพาะในหมู่บ้านเล็กๆที่มีความเชื่อตามคนโบราณกันอยู่ ซึ่งประเพณีเริ่มมีมาตั้งแต่ตอนไหนไม่มีใครรู้แต่ที่รู้ๆ ชาวบ้านจะร่วมใจกันมารวมตัวกันที่หน้าบ้านผู้ใหญ่บ้านโดยมีการเตรียมแมวดำมาด้วยหนึ่งตัว ซึ่งจะเตรียมใส่กรงไว้แล้วพากันแห่เดินตามถนนในหมู่บ้านโดยพยายามให้เดินผ่านให้ครบทุกบ้านและระหว่างที่เดินแห่นั้นจะมีคนทำพิธีคอยสวมมนต์อ้อนวอนขอให้ฝนตก บางหมู่บ้านก็จะพากันแห่แมวและสวดมนต์อ้อนวอนขอฝนธรรมดา แต่บางหมู่บ้านก็จะมีการสาดน้ำใส่แมวเป็นระยะและนำมาเรียวเคาะกับกรงแมวที่ใช้แห่

ซึ่งกระทำแบบนี้ถือว่าเป็นการทรมานสัตว์ ในปัจจุบันจะมีการถูกตำรวจจับได้ แต่ในสมัยโบราณวิธีการนี้จะเป็นการของให้เทพเจ้าประทานฝนลงมาให้ เพื่อให้ชาวบ้านได้มีน้ำใช้สำหรับทำไร่ ทำนา ซึ่งการปฏิบัติแบบนี้ติดต่อกันมาทุกครั้งที่มีการทำก็มักจะมีฝนตกลงมาตามที่ชาวบ้านอธิฐานดังนั้นประเพณีนี้จึงยังคงอยู่

แต่ก็คือว่าน้อยลงมากแล้ว เพราะคนรุ่นใหม่ที่ได้รับการเรียนหนังสือจะเข้าใจได้ว่าการตีแมวแล้วนำแมวมาแห่ไม่ได้ช่วยให้ฝนตกแต่อย่างใด แต่ก็ยังมีบางหมู่บ้านที่ยังคงอนุรักษ์ประเพณีนี้เอาไว้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีประเพณีสืบทอดกันอีกนานแค่ไหน เพราะคนรุ่นใหม่ไม่สนใจต่อไปก็คงจะลืมเลือนประเพณีของไทยอันนี้ไปแน่นอน

 

สนับสนุนโดย  Gclub ฝากขั้นต่ำ50