ตำนานความรักของ ซาลิม และอนารกะลี 

สำหรับเรื่องเล่าตำนานความรักของซาริมและอนารกะลี   เป็นตำนานความรักของประเทศปากีสถานซึ่งในตำนานความรักนี้มีการพูดถึงลูกชายของจักรพรรดิองค์หนึ่งในสมัยของจักรพรรดิโมกุลอักบาร์ซึ่งบุตรชายผู้นั้นชื่อว่าซาริม  ตำนานเล่าขานพูดถึงซาริมซึ่งเป็นถึงลูกของจักรพรรดิในขณะนั้นว่าเขาเป็นชายหนุ่มรูปงามแต่เป็นชายหนุ่มที่มีนิสัยไม่น่ารักเรียกได้ว่าเป็นคนนิสัยหยาบกร้านกระด้างและนิสัยเสียทำให้องค์จักรพรรดินั้น

ต้องการที่จะอบรมสั่งสอนลูกชายจึงได้มีการส่งลูกชายของท่านก็คือซารินไปทำการฝึกเป็นทหารอยู่ในกองทัพเพื่อต้องการที่จะให้มีการฝึกให้มีกฎระเบียบวินัยและมีความแข็งแกร่งแต่หลังจาก ซาริม การเรียนรู้กฎเกณฑ์ของทหารและสามารถเรียนจบจากกองทัพทหารเรียบร้อยแล้วก็กลับมาอยู่ที่พระราชวังเหมือนเดิมซึ่งพระจักรพรรดินั้นดีใจเป็นอย่างมากที่ลูกชายของตนเองนั้น

กลับมาจึงได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองใหญ่โตเกิดขึ้นเพื่อต้อนรับการกลับมาของลูกชายสุดที่รักโดยในงานเลี้ยงนั้นได้มีการแสดงของเหล่านางระบำทั้งหลายมาด้วยและหนึ่งในนางระบำที่ออกมาเต้นในงานเฉลิมฉลองนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งที่ชื่อว่าอนารกะลี เธอเป็นเพียงชาติผู้ต่ำต้อยเท่านั้นแต่ด้วยความสวยงามของเธอและความอ่อนช้อยอ่อนหวานทำให้ ซารืมเห็นแล้วเกิดตกหลุมรักเธอในทันทีซึ่งเขาต้องการที่จะแต่งงานกับอนารกะลี เพราะเขารักเธออย่างจริงใจนั่นเองแต่เนื่องจากว่าอนารกะลี เป็นหญิงสาวที่มีความต่ำต้อย

เนื่องจากเป็นเพียงแค่ผ้าเท่านั้นไม่ใช่ราชนิกูลมาจากที่ไหนทำให้พ่อแม่ของซาริมซึ่งเป็นจักรพรรดิในสมัยนั้นพยายามขัดขวางความรักของคนทั้งคู่และไม่ยอมให้คนทั้งคู่นั้นแต่งงานกันและในขณะนั้นเองได้มีศึกสงครามเข้ามาองค์จักรพรรดิจึงได้ส่งลูกชายก็คือ ซาริม ไปทำการออกรบแต่ปรากฏว่า ซาริมมัวแต่คิดถึงหญิงคนรักจึงไม่มีกะจิตกะใจที่จะทำการลบทำให้แพ้ศึกสงครามกลับมายิ่งทำให้พระจักรพรรดิโมโหเป็นอย่างมาก

ประกาศที่จะมีการลงโทษอนารกะลี ด้วยการตัดคอแต่ซาริม ได้ขอร้องเอาไว้โดยขอรับโทษเองซึ่งองค์จักรพรรดิให้บุตรชายนั้นเลือกว่าจะถูกลงโทษด้วยการประหารชีวิตหรือจะยอมเลิกคบหากับอนารกะลี เสีย ซึ่ง ซาริม เลือกที่จะถูกประหารชีวิตทำให้คนเป็นพ่อนั้นยิ่งโกรธมากจึงได้สั่งประหารชีวิตซาริมรักเมื่อ อนารกะลี ดูข่าวว่า ซาริมถูกประหารชีวิตเธอจึงเดินทางมาหาองค์จักรพรรดิและขอร้องให้ประหารชีวิตเธอเพื่อที่เธอจะได้ไปอยู่คู่กับชายคนรักของเธอหลังจากที่ทั้งคู่นั้นถูกประหารชีวิตแล้วก็มีการนำร่างของคนทั้งคู่ไปฝังเอาไว้ตรงบริเวณที่เป็นกำแพงเมือง

แต่บางตำนานก็บอกว่า ซาริม งั้นถูกประหารชีวิตคนเดียวส่วนอนารกะลี ไม่ได้ตายแต่เมื่อเธอรู้ข่าวว่าชายคนแรกของเธอถูกประหารชีวิตเธอก็มาตรงบริเวณกำแพงที่ฝังศพของชายคนรักและร้องไห้อยู่ตรงนั้นจนสิ้นใจตาย

 

 

สนับสนุนเรื่องรวโดย  คาสิโนออนไลน์

ตำนานอาถรรพ์อิฐเก่าที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

           หลายคนคงเคยได้ยินข่าวกันมาบ้างแล้วเกี่ยวกับเรื่องของอาถรรพ์สิ่งเร้นลับต่างๆที่มีอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยตั้งแต่สมัยโบราณอาการมาจนถึงปัจจุบันเรามักจะได้ยินตำนานเล่าขานกันว่าทรัพย์สินโบราณที่อยู่ในเมืองเก่าของกรุงศรีอยุธยานั้นจะมีเจ้าหน้าที่หรือที่เราเรียกกันว่าปู่โสมคอยดูแลพิทักษ์ทรัพย์สินเอาไว้เพื่อให้คนรุ่นหลานได้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองในสมัยอดีตกาลซึ่งถึงแม้ว่าวันเวลาจะผ่านไปผ่านมานานหลายพันปีแล้วก็ตามแต่สร้างความเจริญรุ่งเรืองนั้น

ก็ยังคงมีอยู่ให้เราเห็นบ้างซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาส่วนใหญ่ที่เป็นวัดอารามนี้เองที่เป็นซากอารยธรรมที่ทำให้ชนรุ่นหลังได้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแต่อย่างไรก็ตามมีการพูดถึงเรื่องของทรัพย์สมบัติในสมัยกรุงศรีอยุธยาก่อนที่จะถูกพม่าเข้ามาทำลายเผาวัดว่าชาวบ้านและเศรษฐีต่างๆหรือแม้แต่พวกขุนนางทั้งหลายต่างก็พากันนำทรัพย์สมบัติที่มีอยู่มาขุดดินฝังเอาไว้เพื่อป้องกันโจรพม่าที่มารุกรานแย่งชิงเอาทรัพย์สินไปซึ่งความเชื่อเหล่านี้มีมานานและก็เคยมีคนที่ต้องการที่จะนำทรัพย์สินนี้

มาเป็นของตนเองจึงมักจะได้ยินว่าคนมักจะมาขุดเอาทรัพย์สินในเมืองเก่าของกรุงศรีอยุธยาออกไปแต่หลายครั้งที่เราจะได้ข่าวว่าผู้ที่ต้องการที่จะมาเอาทรัพย์สินสมบัติของชาติในสมัยโบราณไปนั้นต่างก็ได้รับผลกระทบหรือได้รับการลงโทษจากสิ่งเร้นลับมากมายโดยอ้างถึงปู่โสมเฝ้าทรัพย์ที่จะคอยมาจัดการคนที่ต้องจะมาเอาทรัพย์สมบัติของชาติเป็นของตนเองอย่างไร

ก็ดีอาถรรพ์เกี่ยวกับเรื่องของอิฐเก่าที่พระนครศรีอยุธยานั้นมีเรื่องเล่ากันและมีข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศเนื่องจากว่ามีนักท่องเที่ยวที่เป็นทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมักจะลองของด้วยการเก็บก้อนหินหรือก้อนอิฐที่เป็นก้อนหินก้อนอิฐโบราณจากวัดเพื่อเอาไปอวดเพื่อนๆโดยหวังคิดว่าจะนำไปให้เพื่อนเห็นว่าตัวเองนั้นมาเที่ยวที่วัดเก่าโบราณแห่งนี้แล้วได้นำก้อนหินกลับมาด้วยแต่อย่างไรก็ตามเรามักจะเห็นว่าหลังจากที่พวกนั้นหยิบก้อนหินไปเพียงไม่นานเท่านั้นก็จะต้องมีการส่งกลับมาคืนที่วัดเดิมโดยทุกคนจะอยู่ในอาการหวาดกลัวและไม่ต้องการพูดถึงว่าเหตุใดพวกเขาถึงเอาก้อนอิฐก้อนหินเหล่านั้น

กลับมาคืนซึ่งแม้บางคนนั้นจะหยิบจากเมืองไทยไปถึงต่างประเทศแต่ก็ยังมีการประสานงานกับสถานทูตให้ส่งกลับมาที่วัดที่เมืองไทยซึ่งเรื่องนี้ทางเจ้าหน้าที่ที่ดูแลโบราณสถานพวกกรมศิลปากรมักจะให้ข้อมูลว่ามักจะมีคนที่ส่งของทางไปรษณีย์มาเป็นประจำและเมื่อแกะออกก็จะเป็นก้อนอิฐก้อนหินซึ่งจะมีการเขียนเป็นเอกสารว่าให้ฝากเอาไปคืนที่วัดซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่า ผู้คนเหล่านั้นไปเจออะไรมาว่าน่าจะเจอปู่โสมเป็นห่วงทรัพย์สินของชาติกลับคืนมานั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า Gclub มือถือ

ประเพณีการทำบุญร้อยวัน

ซึ่งการทำบุญร้อยวันนั้นเป็นเรื่องที่เราต้องทำให้กับคนที่เสียชีวิตเพราะว่าเป็นการที่เราทำบุญไปให้กับคนที่เสียชีวิตจะได้เป็นสะเบียนบุญให้กับคนที่ตายนั้นได้ไปและก็จะมีคนเข้ามาถามบ่อยว่าการที่เราทำบุญนั้นต้องทำยังไง  ต้องใช้เงินมากน้อยแค่ไหน 

การทำบุญนั้นเราต้องทำที่บ้านหรือว่าที่วัด  และเรานั้นจะต้องนับวันยังไงว่าครบร้อยวันการที่เรานับได้แล้วจำเป็นไหมว่าเราต้องเอาให้ครบพอดีหรือว่าเกินได้ไหมขาดได้ไหม  เพราะว่ามีคนที่เข้ามาถามบ่อยจนวันนี้เราเอาคำตอบมาให้ว่าเราต้องทำอย่างไงไปลองอ่านกัน  

           การที่เราจะทำบุญนั้นขึ้นอยู่ว่าเราต้องการที่จะสะดวกแบบไหนเพราะว่าเมื่อก่อนนั้นการที่เราจะทำบุญเราจะมานิมนต์พระมาที่บ้านเพราะว่าคนตายนั้นเมื่อเขาตายไปแล้วนั้นเขาจะเสียชีวิตที่ไหนก็ตามเขาจะต้องมาบ้านของเขานั่นเอง  แต่ว่าเดี่ยวนี้นั้นสามารถที่จะเอาแบบว่าความสะดวกกันเพราะว่าบางคนนั้นก็ไม่สะดวกที่บ้านต้องเก็บข้าวของอีก  ดังนั้นก็ขึ้นอยู่ว่าเราจะต้องการทำที่ไหน  เอาที่เราสะดวก  

          เราจะนับยังไงว่าว่าครบร้อยวันของคนที่เสียชีวิตนั้นก็คือเรานั้นนับตั้งแต่วันที่เขานั้นเสียชีวิตเพราะว่าการที่เรานับตั้งแต่วันนั้นเป็นวันแรกจากนั้นเราก็นับไปให้ครบหนึ่งร้อยวัน  จากนั้นเราก็ดูว่าเป็นวันอะไร  การที่เราจะทำบุญนั้นเอาความพร้อมแต่ว่าเป็นความจำเป็นที่เราต้องทำ  การที่เราทำบุญร้อยวันเป็นเรื่องที่สำคัญให้แก่คนที่เสียชีวิต  ส่วนการทำนั้นเราสามารถที่จะเลยได้  แต่ว่าอย่าขาด  ควรที่จะนับวันให้ครบ  ในการที่เราจะทำบุญให้แคนที่เสียชีวินั้นเป็นเรื่องที่เราสามารถที่จะทำให้เขาได้สะสมสะเบียนบุญนั่นเอง  แต่หลังจากนั้นเขาก็ต้องไปรับกับสิ่งที่เขาต้องทำ  ดังนั้นเมื่อเราทำบุญให้แก้คนที่ตายนั้นเราก็ควรที่จะทำให้เต็มที่เพราะว่าเขาจะได้เก็บสะสมสะเบียนบุญนั่นเอง  

     ความตายนั้นต้องเกิดกับเราทุกคนเพราะว่าการที่คนที่ตายนั้นเขาก็ต้องกลับมาบ้านที่เขาอยู่ดังนั้นการที่เราจะเลือกการทำบุญนั้นเราสามารถที่จะทำได้ทั้งที่บ้านและที่วัดอันนี้ขึ้นอยู่กับเราว่าเรานั้นสะดวกแบบไหน  แต่ว่าการทำบุญให้แก่คนที่ตายนั้นเป็นเรื่องที่เราคิดว่าเป็นประเพณีที่เราต้องทำให้แก่คนที่เสียชีวิตไปแล้วนั่นเอง

การที่เราเกิดมานั้นเราไม่รู้ว่าเราจะเสียชีวิตตอนไหนดังนั้นเราควรที่จะทำบุญหรือว่าเก็บสะเบียนบุญเอาไว้เพื่อที่เป็นการสะสมบุญของเราเอาไว้

 

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  สมัคร gclub ไม่มีขั้นต่ำ

ตำนานคิวปิด

ถ้าพูดถึงเรื่องความรักจะมีประโยคนึงที่มักจะได้ยินกันบ่อยคือกามเทพยิงลูกศรแห่งความรักใส่คู่รักซึ่งถ้าพูดถึงกามเทพจริงแล้วกำลังเทพคือเทพที่มีนามว่าอีรอสซึ่งทุกคนจะรู้จักองค์การประเทศในรูปร่างของเด็กที่จะมีคันธนูและลูกธนูเพื่อที่จะยิงศรใส่คู่รัก ความรักยิ่งลึกซึ้งอยู่ทำให้คนที่กำลังเกลียดกันกลับมารักกันอีกครั้งหรือทำให้คนมีชะตาที่จะได้รักกัน มีวันหนึ่งที่ประเทศที่ทำเรื่องผิดพลาดเกิดขึ้นเราได้พบชายหนุ่มคนหนึ่งและเห็นว่ามีผู้หญิงคนนึงที่หน้าตาเหมาะกับฝ่ายจึงได้แผลงศรใส่ฝ่ายชาย

เมื่อผู้หญิงคนนั้นเดินมาถึงเธอเห็นผู้ชายคนนั้นได้เห็นหญิงแก่ก่อนหลังจากนั้นเขาจะหลงรักหญิงแก่ทันทีและขอให้หญิงแก่คนนั้นแต่งงานซึ่งจริงแก่ก็รีบตอบตกลงผู้หญิงคนนั้นเสียใจมากที่เขาเลือกที่จะรักหญิงแก่แทนที่จะเลือกที่จะแต่งงานกับคนที่รู้จักกันมานาน แต่หลังจากที่เทพหรือเทพและหญิงคนนั้นเสียใจด้วยความที่ยังเป็นเด็กเขาจึงหัวเราะคิกคักและไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องนี้ เมื่อก่อนตอนที่โลกยังไม่ถือกำเนิดได้มีเพศสัมพันธ์พระจันทร์เทพแห่งจันทร์ตาเทพแห่งความมืดและเทพกามเทพหรือเทพอีรอสเกิดขึ้นหลังจากนั้นเทพแห่งจันทราได้แยกแผ่นดินทั้งสองออกจากกัน

จนเกิดเป็นโลกและดาวต่างๆ และหลังจากนั้นเทพแห่งจันทราก็กลายเป็นเจ้าแห่งขุมนรกและคิวปิดและประเทศอื่นๆก็เป็นผู้คิดจะช่วยกันกุมชะตาของโลก ในประวัติศาสตร์ของเทพต่างๆที่เมืองกรีกจริงๆแล้วได้มีเขียนไว้ว่าองค์การพระเทพเป็นบุตรของเทพแห่งความรักและความงามและเป็นบุตรของเทพแห่งสงครามผู้ยิ่งใหญ่ จริงๆแล้วเมื่อก่อนเทพแห่งความรักและความงามซึ่งเป็นแม่ขององค์การประเทศนั้นจริงๆแล้วได้แต่งงานจับเทพแห่งการชั่งโดยที่เธอไม่ได้เต็มใจเนื่องจากถูกสุดผู้เป็นพ่อของเธอบังคับ

แต่เธอไม่ได้รักเขาแล้วเนื่องจากว่าเขามัวแต่สนใจกับผลงานของเขาและเขายังมีหน้าตาก็อัปลักษณ์และน่าเกลียดในระหว่างที่เขากำลังสนใจแต่งงานเธอจึงได้ทำความรู้จักกับเทพแห่งสงครามที่มีหน้าตาที่หล่อเหลาและดีกว่าเทพแห่งการชั่งไหนไหน ซึ้งหลังจากนนั้นเธอก็ได้หลับนอนกับเทพแห่งสงครามและได้มีลูกเป็นองค์กามเทพและตั้งชื่อว่าอีรอสซึ่งในประวัติศาสตร์ยังได้กล่าวไว้อีกว่าเทพอีรอสหรือองค์กามเทพเป็นเทพที่เด็กที่สุดและเป็นเทพที่ซุกซนและมักจะแกล้งคนในโลกมากที่สุดดังนั้นทุกคนจึงเรียกองค์กามเทพว่าเทพที่ป่วนที่สุดในสวรรค์

เทพอีรอสหรือองค์กามเทพชอบสอนขนาดใหญ่ที่มีพลังมากของเทพApolloหลังจากนั้นองค์กามเทพก็ได้ขอลูกธนูและคันธนูมาเล่นแต่เนื่องจากเป็นอาวุธที่ทรงพลังมากเทพApolloจึงปฏิเสธหลังจากนั้นคิวปิดจึงบินไปหาสามีที่แท้จริงของเทพแห่งความงามและขอให้เขาทำธนูและคันธนูให้ซึ่งหลังจากนั้นสามีที่แท้จริงของเทพแห่งความงามก็ทำธนูให้จนสำเร็จและหลังจากนั้นเมื่อเขายิงธนูมันก็จบไปที่โลกมนุษย์ในเมื่อไปโดนมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังอยู่ด้วยกันทั้งสองก็ตกหลุมรักกันเขาจึงรู้ว่าเขามีความสามารถทางด้านนี้และถูกแต่งตั้งให้กลายเป็นกามเทพ

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  Gclub ฝากขั้นต่ํา 100